29 Apr 2026 21:29รัฐวอชิงตันเดินหน้าเก็บภาษีคนรวย จ่อปั๊มรายได้ 3.7 พันล้านดอลล์รัฐวอชิงตันเดินหน้าเก็บภาษีคนรวย จ่อปั๊มรายได้ 3.7 พันล้านดอลล์Translatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 เม.ย. 69 14:29 น. กระแสเก็บภาษีคนรวยในสหรัฐฯ กำลังขยายตัว หลังรัฐวอชิงตันผ่านกฎหมายภาษีรายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐ โดยกำหนดอัตรา 9.9% สำหรับรายได้ส่วนบุคคลที่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะเดียวกัน หลายรัฐที่ผู้ว่าการมาจากพรรคเดโมแครตเริ่มเพิ่มภาษีรายได้สำหรับผู้มีรายได้สูงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และรัฐอื่น ๆ ก็อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการลักษณะเดียวกันรัฐวอชิงตันในเดือนมีนาคมได้ผ่านกฎหมายภาษีรายได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐ และมาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ โดยกฎหมายนี้จะเก็บภาษี 9.9% จากรายได้ส่วนบุคคลที่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี และคาดว่าจะเริ่มมีผลในปี 2028เมื่อบังคับใช้เต็มที่ กฎหมายภาษีของรัฐวอชิงตันคาดว่าจะสร้างรายได้ราว 3.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และจะกระทบผู้เสียภาษีประมาณ 30,000 คน ที่มีรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี ตัวเลขนี้สะท้อนว่าแนวทาง ภาษีรายได้ผู้มีรายได้สูง กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มรายได้ของรัฐแรงกดดันงบประมาณและความเหลื่อมล้ำผลักนโยบายภาษีกระแสดังกล่าวสะท้อนความไม่พอใจต่อความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมถึงแรงกดดันด้านงบประมาณของรัฐ ซึ่งบางส่วนได้รับผลกระทบจากการลดงบกลางของรัฐบาลกลางภายใต้กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act ที่ผ่านในเดือนกรกฎาคมในภาพรวม นโยบาย ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นการจัดเก็บรายได้ แต่ยังเป็นคำตอบต่อโจทย์ด้านงบประมาณและการกระจายภาระภาษีให้สอดคล้องกับฐานะของผู้เสียภาษีมากขึ้น หลายรัฐมองว่าการเพิ่มภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงอาจช่วยเติมช่องว่างงบประมาณได้ในช่วงที่รายจ่ายภาครัฐยังสูงหลายรัฐเดินหน้าพิจารณาเพิ่มภาษีรายได้คนรวยรัฐแมรี่แลนด์กำลังเดินหน้าอุดช่องว่างงบประมาณราว 3.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รัฐโรดไอแลนด์ นิวยอร์ก และคอนเนตทิคัตก็อยู่ระหว่างการหารือเรื่องการเพิ่มภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงเช่นกัน การเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้แนวโน้ม ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ ขยายจากระดับนโยบายเฉพาะรัฐไปสู่ภาพรวมของหลายรัฐพร้อมกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลายรัฐที่ผู้ว่าการมาจากพรรคเดโมแครตได้เพิ่มภาษีรายได้สำหรับคนรวยแล้ว ขณะที่รัฐอื่น ๆ ยังอยู่ในขั้นตอนประเมินผลกระทบและความเป็นไปได้ของมาตรการใหม่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจยิ่งเพิ่มความแตกต่างด้านภาษีระหว่างรัฐที่มีผู้ว่าการจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันผลกระทบต่อผู้มีรายได้สูงและการย้ายถิ่นฐานสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูง แนวโน้ม ภาษีรายได้ระดับสูง อาจทำให้ภาระภาษีแตกต่างกันมากขึ้นตามรัฐที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม หลักฐานว่าการขึ้นภาษีจะกระตุ้นให้ผู้มีรายได้สูงย้ายถิ่นฐานในวงกว้างยังมีจำกัด จึงยังไม่สามารถสรุปผลกระทบเชิงพฤติกรรมได้อย่างชัดเจนนั่นหมายความว่า แม้หลายฝ่ายกังวลเรื่องการย้ายออกของผู้เสียภาษีรายได้สูง แต่ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่ชี้ชัดว่าการเพิ่ม ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ จะส่งผลต่อการย้ายถิ่นฐานอย่างมีนัยสำคัญเพียงใดประเด็นที่ต้องติดตามติดตามว่ารัฐอื่น ๆ จะเดินหน้ามาตรการเพิ่มภาษีรายได้คนรวยตามมาหรือไม่ติดตามผลของ One Big Beautiful Bill Act ต่อรายได้และงบประมาณของรัฐต่าง ๆติดตามการบังคับใช้กฎหมายภาษีของรัฐวอชิงตันในปี 2028 และผลจัดเก็บรายได้จริงเทียบกับคาดการณ์ 3.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปีติดตามการหารือในรัฐแมรี่แลนด์ โรดไอแลนด์ นิวยอร์ก และคอนเนตทิคัตที่มา Bloomberg efinAIRelated TopicsFXPolicyเศรษฐกิจGlobal MacroInflation
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 เม.ย. 69 14:29 น. กระแสเก็บภาษีคนรวยในสหรัฐฯ กำลังขยายตัว หลังรัฐวอชิงตันผ่านกฎหมายภาษีรายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐ โดยกำหนดอัตรา 9.9% สำหรับรายได้ส่วนบุคคลที่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะเดียวกัน หลายรัฐที่ผู้ว่าการมาจากพรรคเดโมแครตเริ่มเพิ่มภาษีรายได้สำหรับผู้มีรายได้สูงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และรัฐอื่น ๆ ก็อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการลักษณะเดียวกันรัฐวอชิงตันในเดือนมีนาคมได้ผ่านกฎหมายภาษีรายได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐ และมาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ โดยกฎหมายนี้จะเก็บภาษี 9.9% จากรายได้ส่วนบุคคลที่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี และคาดว่าจะเริ่มมีผลในปี 2028เมื่อบังคับใช้เต็มที่ กฎหมายภาษีของรัฐวอชิงตันคาดว่าจะสร้างรายได้ราว 3.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และจะกระทบผู้เสียภาษีประมาณ 30,000 คน ที่มีรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี ตัวเลขนี้สะท้อนว่าแนวทาง ภาษีรายได้ผู้มีรายได้สูง กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มรายได้ของรัฐแรงกดดันงบประมาณและความเหลื่อมล้ำผลักนโยบายภาษีกระแสดังกล่าวสะท้อนความไม่พอใจต่อความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมถึงแรงกดดันด้านงบประมาณของรัฐ ซึ่งบางส่วนได้รับผลกระทบจากการลดงบกลางของรัฐบาลกลางภายใต้กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act ที่ผ่านในเดือนกรกฎาคมในภาพรวม นโยบาย ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นการจัดเก็บรายได้ แต่ยังเป็นคำตอบต่อโจทย์ด้านงบประมาณและการกระจายภาระภาษีให้สอดคล้องกับฐานะของผู้เสียภาษีมากขึ้น หลายรัฐมองว่าการเพิ่มภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงอาจช่วยเติมช่องว่างงบประมาณได้ในช่วงที่รายจ่ายภาครัฐยังสูงหลายรัฐเดินหน้าพิจารณาเพิ่มภาษีรายได้คนรวยรัฐแมรี่แลนด์กำลังเดินหน้าอุดช่องว่างงบประมาณราว 3.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รัฐโรดไอแลนด์ นิวยอร์ก และคอนเนตทิคัตก็อยู่ระหว่างการหารือเรื่องการเพิ่มภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงเช่นกัน การเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้แนวโน้ม ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ ขยายจากระดับนโยบายเฉพาะรัฐไปสู่ภาพรวมของหลายรัฐพร้อมกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลายรัฐที่ผู้ว่าการมาจากพรรคเดโมแครตได้เพิ่มภาษีรายได้สำหรับคนรวยแล้ว ขณะที่รัฐอื่น ๆ ยังอยู่ในขั้นตอนประเมินผลกระทบและความเป็นไปได้ของมาตรการใหม่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจยิ่งเพิ่มความแตกต่างด้านภาษีระหว่างรัฐที่มีผู้ว่าการจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันผลกระทบต่อผู้มีรายได้สูงและการย้ายถิ่นฐานสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูง แนวโน้ม ภาษีรายได้ระดับสูง อาจทำให้ภาระภาษีแตกต่างกันมากขึ้นตามรัฐที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม หลักฐานว่าการขึ้นภาษีจะกระตุ้นให้ผู้มีรายได้สูงย้ายถิ่นฐานในวงกว้างยังมีจำกัด จึงยังไม่สามารถสรุปผลกระทบเชิงพฤติกรรมได้อย่างชัดเจนนั่นหมายความว่า แม้หลายฝ่ายกังวลเรื่องการย้ายออกของผู้เสียภาษีรายได้สูง แต่ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่ชี้ชัดว่าการเพิ่ม ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ จะส่งผลต่อการย้ายถิ่นฐานอย่างมีนัยสำคัญเพียงใดประเด็นที่ต้องติดตามติดตามว่ารัฐอื่น ๆ จะเดินหน้ามาตรการเพิ่มภาษีรายได้คนรวยตามมาหรือไม่ติดตามผลของ One Big Beautiful Bill Act ต่อรายได้และงบประมาณของรัฐต่าง ๆติดตามการบังคับใช้กฎหมายภาษีของรัฐวอชิงตันในปี 2028 และผลจัดเก็บรายได้จริงเทียบกับคาดการณ์ 3.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปีติดตามการหารือในรัฐแมรี่แลนด์ โรดไอแลนด์ นิวยอร์ก และคอนเนตทิคัตที่มา Bloomberg
กระแสเก็บภาษีคนรวยในสหรัฐฯ กำลังขยายตัว หลังรัฐวอชิงตันผ่านกฎหมายภาษีรายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐ โดยกำหนดอัตรา 9.9% สำหรับรายได้ส่วนบุคคลที่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะเดียวกัน หลายรัฐที่ผู้ว่าการมาจากพรรคเดโมแครตเริ่มเพิ่มภาษีรายได้สำหรับผู้มีรายได้สูงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และรัฐอื่น ๆ ก็อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการลักษณะเดียวกันรัฐวอชิงตันในเดือนมีนาคมได้ผ่านกฎหมายภาษีรายได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐ และมาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ โดยกฎหมายนี้จะเก็บภาษี 9.9% จากรายได้ส่วนบุคคลที่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี และคาดว่าจะเริ่มมีผลในปี 2028เมื่อบังคับใช้เต็มที่ กฎหมายภาษีของรัฐวอชิงตันคาดว่าจะสร้างรายได้ราว 3.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และจะกระทบผู้เสียภาษีประมาณ 30,000 คน ที่มีรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี ตัวเลขนี้สะท้อนว่าแนวทาง ภาษีรายได้ผู้มีรายได้สูง กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มรายได้ของรัฐแรงกดดันงบประมาณและความเหลื่อมล้ำผลักนโยบายภาษีกระแสดังกล่าวสะท้อนความไม่พอใจต่อความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมถึงแรงกดดันด้านงบประมาณของรัฐ ซึ่งบางส่วนได้รับผลกระทบจากการลดงบกลางของรัฐบาลกลางภายใต้กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act ที่ผ่านในเดือนกรกฎาคมในภาพรวม นโยบาย ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นการจัดเก็บรายได้ แต่ยังเป็นคำตอบต่อโจทย์ด้านงบประมาณและการกระจายภาระภาษีให้สอดคล้องกับฐานะของผู้เสียภาษีมากขึ้น หลายรัฐมองว่าการเพิ่มภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงอาจช่วยเติมช่องว่างงบประมาณได้ในช่วงที่รายจ่ายภาครัฐยังสูงหลายรัฐเดินหน้าพิจารณาเพิ่มภาษีรายได้คนรวยรัฐแมรี่แลนด์กำลังเดินหน้าอุดช่องว่างงบประมาณราว 3.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รัฐโรดไอแลนด์ นิวยอร์ก และคอนเนตทิคัตก็อยู่ระหว่างการหารือเรื่องการเพิ่มภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงเช่นกัน การเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้แนวโน้ม ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ ขยายจากระดับนโยบายเฉพาะรัฐไปสู่ภาพรวมของหลายรัฐพร้อมกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลายรัฐที่ผู้ว่าการมาจากพรรคเดโมแครตได้เพิ่มภาษีรายได้สำหรับคนรวยแล้ว ขณะที่รัฐอื่น ๆ ยังอยู่ในขั้นตอนประเมินผลกระทบและความเป็นไปได้ของมาตรการใหม่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจยิ่งเพิ่มความแตกต่างด้านภาษีระหว่างรัฐที่มีผู้ว่าการจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันผลกระทบต่อผู้มีรายได้สูงและการย้ายถิ่นฐานสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูง แนวโน้ม ภาษีรายได้ระดับสูง อาจทำให้ภาระภาษีแตกต่างกันมากขึ้นตามรัฐที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม หลักฐานว่าการขึ้นภาษีจะกระตุ้นให้ผู้มีรายได้สูงย้ายถิ่นฐานในวงกว้างยังมีจำกัด จึงยังไม่สามารถสรุปผลกระทบเชิงพฤติกรรมได้อย่างชัดเจนนั่นหมายความว่า แม้หลายฝ่ายกังวลเรื่องการย้ายออกของผู้เสียภาษีรายได้สูง แต่ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่ชี้ชัดว่าการเพิ่ม ภาษีคนรวยในสหรัฐฯ จะส่งผลต่อการย้ายถิ่นฐานอย่างมีนัยสำคัญเพียงใดประเด็นที่ต้องติดตามติดตามว่ารัฐอื่น ๆ จะเดินหน้ามาตรการเพิ่มภาษีรายได้คนรวยตามมาหรือไม่ติดตามผลของ One Big Beautiful Bill Act ต่อรายได้และงบประมาณของรัฐต่าง ๆติดตามการบังคับใช้กฎหมายภาษีของรัฐวอชิงตันในปี 2028 และผลจัดเก็บรายได้จริงเทียบกับคาดการณ์ 3.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปีติดตามการหารือในรัฐแมรี่แลนด์ โรดไอแลนด์ นิวยอร์ก และคอนเนตทิคัตที่มา Bloomberg