25 Sept 2026APM แนะทางรอดผู้ประกอบการ เร่งปรับตัว-ยกระดับบัญชีมาตรฐานสากลTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ก.ย. 69 8:31: น. APM ชี้ SMEs เร่งปรับตัวรับข้อจำกัดด้านแหล่งเงินทุน ท่ามกลางสถาบันการเงินเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ แนะใช้ตลาดทุนเป็นอีกทางเลือกในการระดมทุน ยกระดับระบบบัญชีสู่มาตรฐานสากล เปิดทางธุรกิจเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย เพื่อเสริมสภาพคล่องและลดต้นทุน การปรับโครงสร้างธุรกิจ และ ระบบการเงิน เพิ่มทางเลือกการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูกิจการ พร้อมส่งต่อธุรกิจสู่คนรุ่นใหม่ และสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) กล่าวในงานสัมมนา "RESTRUCTURING & TURNAROUNDS ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเพื่อความมั่นคงของภาคอุตสาหกรรม" จัดโดย สภาอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ถึงแนวทางการปรับตัวของธุรกิจและอุตสาหกรรมว่า ในอดีตการดำเนินธุรกิจของคนรุ่นแรก (Gen 1) ก่อนส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป โดยแหล่งทุนส่วนใหญ่มาจากตลาดเงิน ด้วยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่มากทั้งในแง่ของการหาทรัพย์สินมาค้ำประกันเงินกู้ และ การดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่อง หากการดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามแผนก็อาจถูกสถาบันการเงินเรียกคืนเงินกู้ได้ อย่างไรก็ตามตลาดการเงินปัจจุบันยังมีแหล่งทุนอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือตลาดทุน ที่สามารถระดมทุนจากประชาชนได้โดยการออกหุ้นกู้ หรือ ขายหุ้น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) หลายแห่งประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุน เห็นได้จากการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ชะลอตัวและระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตามธุรกิจเอสเอ็มอียังมีทางเลือกและโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนจากตลาดทุนได้ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดโอกาสให้บริษัท สามารถระดมทุนโดยการออกตราสารหนี้ (หุ้นกู้) หรือ เอสเอ็มอีบอนด์ โดยผู้ที่จะออกหุ้นกู้ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด รวมถึงต้องมีระบบบัญชีตามาตรฐานสากล (IFRS) ซึ่งที่ผ่านมามีธุรกิจเอสเอ็มอีหลายแห่งได้ปรับตัว และ ดำเนิการระบบบัญชีของบริษัท ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล อาทิ บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด ที่สามารถออกหุ้นกู้ได้ ทำให้มีแหล่งทุนมาดำเนินธุรกิจและลดต้นทุนทางการเงินได้ "ในอดีตรุ่นพ่อรุ่นแม่ทำธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็อาจจส่งต่อธุรกิจให้รุ่นลูกหรือรุ่นต่อไป แต่ยังมีความกังวลว่ารุ่นหลังๆจะยังรับช่วงธุรกิจต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกในเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงแนวคิดที่ยังยึดติดภาพในอดีต รวมถึงบางกิจการประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจและยังมีความกังวลกับการหาทางฟื้นกิจการ แต่ในปัจจุบันเรามีเครื่องมือทางการเงินหลากหลาย ที่จะช่วยเข้ามารื้อฟื้นกิจการให้กลับมาเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ต้องปรับตัวให้เข้ากับกติกาสากล โดยเฉพาะระบบบัญชีการเงิน ซึ่งทำให้มีทางออกในการแก้ปัญหามากขึ้น ไม่ว่าการหาพาร์ทเนอร์มาร่วมทุน การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวเสียตั้งแต่วันนี้"ดร.สมภพ กล่าว . . closePlease Sign InOr Register for Free to use efinAI andother benefits that can make your investing more effective.Do not show again todayRegister for FreeAlready have an account?Sign inclosePlease upgrade your plan to access past news.Your current plan does not allow you to read this news. If you want to access news older than the specified period, please upgrade your plan.Related TopicsAPMผู้ประกอบการSMEบัญชีมาตรฐานสากลReported byKoranat PloysawatSenior Reporter, efinanceThai
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ก.ย. 69 8:31: น. APM ชี้ SMEs เร่งปรับตัวรับข้อจำกัดด้านแหล่งเงินทุน ท่ามกลางสถาบันการเงินเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ แนะใช้ตลาดทุนเป็นอีกทางเลือกในการระดมทุน ยกระดับระบบบัญชีสู่มาตรฐานสากล เปิดทางธุรกิจเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย เพื่อเสริมสภาพคล่องและลดต้นทุน การปรับโครงสร้างธุรกิจ และ ระบบการเงิน เพิ่มทางเลือกการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูกิจการ พร้อมส่งต่อธุรกิจสู่คนรุ่นใหม่ และสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) กล่าวในงานสัมมนา "RESTRUCTURING & TURNAROUNDS ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเพื่อความมั่นคงของภาคอุตสาหกรรม" จัดโดย สภาอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ถึงแนวทางการปรับตัวของธุรกิจและอุตสาหกรรมว่า ในอดีตการดำเนินธุรกิจของคนรุ่นแรก (Gen 1) ก่อนส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป โดยแหล่งทุนส่วนใหญ่มาจากตลาดเงิน ด้วยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่มากทั้งในแง่ของการหาทรัพย์สินมาค้ำประกันเงินกู้ และ การดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่อง หากการดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามแผนก็อาจถูกสถาบันการเงินเรียกคืนเงินกู้ได้ อย่างไรก็ตามตลาดการเงินปัจจุบันยังมีแหล่งทุนอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือตลาดทุน ที่สามารถระดมทุนจากประชาชนได้โดยการออกหุ้นกู้ หรือ ขายหุ้น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) หลายแห่งประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุน เห็นได้จากการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ชะลอตัวและระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตามธุรกิจเอสเอ็มอียังมีทางเลือกและโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนจากตลาดทุนได้ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดโอกาสให้บริษัท สามารถระดมทุนโดยการออกตราสารหนี้ (หุ้นกู้) หรือ เอสเอ็มอีบอนด์ โดยผู้ที่จะออกหุ้นกู้ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด รวมถึงต้องมีระบบบัญชีตามาตรฐานสากล (IFRS) ซึ่งที่ผ่านมามีธุรกิจเอสเอ็มอีหลายแห่งได้ปรับตัว และ ดำเนิการระบบบัญชีของบริษัท ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล อาทิ บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด ที่สามารถออกหุ้นกู้ได้ ทำให้มีแหล่งทุนมาดำเนินธุรกิจและลดต้นทุนทางการเงินได้ "ในอดีตรุ่นพ่อรุ่นแม่ทำธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็อาจจส่งต่อธุรกิจให้รุ่นลูกหรือรุ่นต่อไป แต่ยังมีความกังวลว่ารุ่นหลังๆจะยังรับช่วงธุรกิจต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกในเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงแนวคิดที่ยังยึดติดภาพในอดีต รวมถึงบางกิจการประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจและยังมีความกังวลกับการหาทางฟื้นกิจการ แต่ในปัจจุบันเรามีเครื่องมือทางการเงินหลากหลาย ที่จะช่วยเข้ามารื้อฟื้นกิจการให้กลับมาเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ต้องปรับตัวให้เข้ากับกติกาสากล โดยเฉพาะระบบบัญชีการเงิน ซึ่งทำให้มีทางออกในการแก้ปัญหามากขึ้น ไม่ว่าการหาพาร์ทเนอร์มาร่วมทุน การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวเสียตั้งแต่วันนี้"ดร.สมภพ กล่าว . .