| UAC วางเป้ารายได้โตเฉลี่ย 15% ต่อปี ดัน EBITDA Margin สูงกว่า 20% เดินหน้าลงทุน New S-Curve ทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียน-เคมีภัณฑ์สีเขียว ผลักดัน UAC SYNOVA พัฒนานวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ภายใน 3 ปี ธุรกิจปิโตรเลียมมั่นใจครึ่งปีหลังรักษามาร์จิ้นระดับสูง ขณะที่ Trading เริ่มฟื้นตัวใน Q3/69 เล็งปรับสัดส่วนรายได้สู่ 50:50 ภายใน 3-5 ปี นางสาวอลิสา ชีวะเกตุ General Manager - Strategic Investment บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี และรักษา EBITDA Margin มากกว่า 20% พร้อมสร้างกระแสเงินสดเป็นบวก มุ่งขยายธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียน และเคมีภัณฑ์สีเขียว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน UAC SYNOVA Innovation Unit เพื่อพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมุ่งต่อยอดผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากทรัพยากรและของเหลือทางการเกษตร รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาโครงการ Biochemicals และ Bio-based Materials ร่วมกับมหาวิทยาลัยพันธมิตร คาดว่าจะพัฒนาโครงการวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ภายใน 3 ปี โดยจำกัดงบวิจัยและพัฒนา (R&D) ไม่เกิน 1% ของรายได้ ด้านพลังงาน มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตและขยายธุรกิจพลังงานสะอาด โดย UAC Utilities อยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในไทยและภูมิภาค ขณะที่ UAC Energy เดินหน้าลงทุนพลังงานหมุนเวียนในอาเซียน รวมถึงขยายธุรกิจก๊าซชีวภาพและ RDF3 มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างรายได้ผ่านการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยโครงการติดตั้งระบบโซลาร์ที่โรงไฟฟ้า ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น อยู่ระหว่างเปิดประมูลเพื่อคัดเลือกผู้รับเหมาติดตั้งระบบ Solar PV ขนาด 150 กิโลวัตต์ คาดว่าจะคัดเลือกผู้รับเหมาแล้วเสร็จภายในก.ย.69 และติดตั้งเสร็จภายในพ.ย.69 สำหรับธุรกิจปิโตรเลียม มั่นใจว่าจะรักษามาร์จิ้นในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หลังไตรมาส 2 ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมัน กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมขุดเจาะน้ำมันเพิ่มเติมในไตรมาส 4 จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตเฉลี่ยราว 250-300 บาร์เรล/วัน ส่วนธุรกิจ Trading เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 3/69 หลังบริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์และฐานลูกค้า เพื่อลดการพึ่งพากลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี โดยตั้งเป้าปรับโครงสร้างรายได้ในช่วง 3-5 ปี จากปัจจุบัน Trading มีสัดส่วนราว 65% และพลังงานรวมปิโตรเลียม 35% เป็น 50:50 การลงทุนมีกระแสเงินสดในมือเกือบ 400 ล้านบาท พร้อมรองรับการลงทุนโครงการใหม่และ M&A โดยเน้นพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด และเชื้อเพลิงทดแทน แต่จะพิจารณาความคุ้มค่าและความเสี่ยงอย่างรอบคอบ พร้อมกำหนด Minimum IRR สำหรับแต่ละโครงการ ธุรกิจโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่แตงยังเดินเครื่องได้ตามปกติ ส่วนโรงไฟฟ้าภูผาม่านอยู่ระหว่างจัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติม โดยคาดว่ารายได้ครึ่งหลังปี 2569 จะใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก การบริหารค่าใช้จ่าย คาดสามารถควบคุม SG&A ให้อยู่ภายใต้งบประมาณ และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่กระทบกระแสเงินสดในช่วงครึ่งปีหลัง เดินหน้าบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาพลังงานผ่านเครื่องมือทางการเงิน เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรตามเป้าหมาย ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |