| "มีสุข โซลูชั่นส์(HAPPY26)" คาดเข้าสู่ mai ในปี 71 หลัง โชว์ผลงานครึ่งปี 69 กวาดรายได้ 143.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 29.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 302.4% เดินหน้าลงทุน-ชำระหนี้ พร้อมตุน Backlog 153 ลบ. นายเฉลิม ทองสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีสุข โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HAPPY26 เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตในทุกมิติ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ในระยะยาว รองรับความพร้อมเข้าสู่ตลาด mai ภายในปี 2571 โดยจะเดินหน้าสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างรายได้จาก Project-based เป็น Recurring-based ตั้งเป้าหมายให้รายได้จากค่าเช่า และ ค่าบริหารจัดการมีสัดส่วนมากกว่า 50% โดยจะเน้นการสร้างโกดังให้เช่าและขายให้กับนักลงทุน รวมถึงการต่อยอดรายได้จากการเป็นผู้บริหารโครงการ และ การให้บริการสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง เช่น ไฟฟ้า น้ำ ระบบบำบัดน้ำ การบริหารจัดการขยะและของเสีย รวมถึงการทำประกัน สำหรับกลยุทธ์การขยายธุรกิจ บริษัทยังคงมุ่งเน้นพัฒนาโกดังและโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการใช้พื้นที่เพื่อประกอบธุรกิจ การผลิต และ จัดเก็บสินค้า พร้อมกันนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสในการนำที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพมาพัฒนาเป็นโกดัง โรงงาน และ พื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์ และ สร้างรายได้ทั้งจากการขาย การให้เช่า และ การบริหารจัดการ ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 143.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.1 ล้านบาท หรือ คิดเป็นเพิ่มขึ้น 66% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 86.8 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิ 6.6 ล้านบาท โดยบริษัทสามารถบริหารจัดการงาน และโครงการต่าง ๆ ตามแผน พร้อมเดินหน้าขยายฐานรายได้จากธุรกิจพัฒนา และ บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง "ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกเป็นไปตามทิศทางที่บริษัทวางไว้ โดยรายได้หลักยังมาจากสัญญาก่อสร้างซึ่งเพิ่มขึ้น 105.2% ตามมาด้วยรายได้จากค่าเช่าเพิ่มขึ้น 26.8% โดยหลังจากนี้เราจะให้น้ำหนักกับการเร่งดำเนินงานโครงการที่มีอยู่ รวมถึงการพัฒนาโครงการใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และ เพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ของบริษัทในระยะต่อไป"นายเฉลิม กล่าว ด้านกระแสเงินสด บริษัทมีการบริหารจัดการกระแสเงินสดให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและแผนการลงทุน โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 29.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 302.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจหลัก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับเงินค่างานก่อสร้าง ค่าเช่า และ การรับชำระจากลูกค้าเพิ่มขึ้น ในขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน บริษัทมีการลงทุนเพิ่มในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 9.66 ล้านบาท เพื่อเพิ่มฐานรายได้ค่าเช่า รวมถึงชำระคืนเงินกู้ยืมและสัญญาเช่า จ่ายดอกเบี้ยและเงินปันผล รวมจำนวน 20.08 ล้านบาท สะท้อนแนวทางการบริหารโครงสร้างทางการเงิน ควบคู่กับการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ปัจจุบันบริษัทมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อจำหน่ายและให้เช่า และ รับบริหารจัดการทั้งในเขตกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล รวมถึงพื้นที่เขต EEC โดยแบ่งเป็นโครงการโกดังจำนวน 25 โครงการ หรือมีจำนวนทั้งหมด 232 หน่วย รวมเป็นพื้นที่ 72,193 ตร.ม. และ บ้านและอาคารให้เช่าจำนวน 5 โครงการ หรือ มีจำนวนทั้งหมด 64 หน่วย รวมเป็นพื้นที่ 2,923 ตร.ม. นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทมีสัญญาก่อสร้างรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมประมาณ 153 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของโครงการ | .  | |