20 Nov 2025ASIMAR ศักยภาพแข็งแกร่ง งบ Q3 ทำกำไร 21 ลบ. โต 51.25% โกยรายได้ 253 ลบ. หนุนรายได้เติบโต 10% ตามแผนTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ย. 68 15:29 น. ASIMAR ศักยภาพแข็งแกร่ง งบ Q3 ทำกำไร 21 ลบ. โต 51.25% โกยรายได้ 253 ลบ. หนุนรายได้เติบโต 10% ตามแผน“บมจ.เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ หรือ ASIMAR” โชว์ศักยภาพเติบโตแข็งแกร่ง งบไตรมาส 3/2568 ทำกำไรอยู่ที่ 21.13 ลบ. โต 51.25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 โดยรายได้งานต่อเรือโตถึง 112.19% จากการรับรู้งานถึง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการต่อเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ ของกองทัพเรือ และโครงการต่อเรือลากจูงของท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ-กองทัพเรือ ส่วนรายได้งานซ่อมเรือลดลงเล็กน้อย แต่ยังรักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง และมีการขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มบางส่วน หนุนรายได้ทั้งปี 2568 เติบโต 10% ตามแผน คาดการณ์ปิดปีเป็นไปตามเป้าหมายนายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASIMAR เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 3 ประจำปี 2568 บริษัทมีผลกำไรสุทธิ 21.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 เป็นรายได้ที่มาจากงานซ่อมเรือ 141.20 ล้านบาท แม้รายได้จะปรับตัวลงเล็กน้อย แต่โดยภาพรวมยังถือว่าทรงตัวได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยบริษัทยังคงรักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มบางส่วนโดยในไตรมาส 3/2568 บริษัทฯได้รับงานซ่อมเรือกลุ่มพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันดิบ (Tanker) และเรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG Carrier) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการซ่อมบำรุงตามรอบเวลา สำหรับสาขาสุราษฎร์ธานี มีรายได้หลักจากกลุ่มเรือโดยสาร และเรือท่องเที่ยว ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้ความต้องการซ่อมบำรุงเรือโดยสารและเรือเฟอรี่สูงขึ้นตามไปด้วย รวมถึงมีรายได้จากงานวิศวกรรมก่อสร้างทางลาดท่าเทียบเรือเข้ามาเสริมในไตรมาสนี้ด้านงานต่อเรือมีรายได้ 102.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.30 ล้านบาท หรือ 112.19% เป็นการรับรู้รายได้ของโครงการต่อเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ ของกองทัพเรือ เป็นการรับรู้รายได้สะสม 92.60% ของทั้งโครงการ นอกจากนี้ บริษัทฯยังเริ่มรับรู้รายได้จาก โครงการต่อเรือลากจูง ของท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ-กองทัพเรือ เป็นการรับรู้รายได้สะสม 5.90% ของทั้งโครงการ“บริษัทฯมีกำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 65.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.17 ล้านบาท หรือ 20.54% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 ส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรสะสม 9 เดือนถึง 39.58 ล้านบาท ในปี 2568 นี้ส่วนกรณีเรื่องการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกหนี้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของ บริษัท สยามลัคกี้ มารีน จำกัด ทางบริษัทฯได้มีการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกหนี้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแล้วจำนวน 9.54 ล้านบาท แล้วนั้น ซึ่งในไตรมาส 3/2568 ทางบริษัทฯพิจารณาไม่ตั้งสำรองเพิ่ม เนื่องจากได้พิจารณาผลการดำเนินงาน และสถานะทางการเงินของลูกค้ามีความมั่นคง รวมทั้งทางบริษัทฯได้ดำเนินการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ทำให้บริษัทฯมีความมั่นใจที่จะสามารถเก็บหนี้ได้ทั้งจำนวนในอนาคต” นายสุรเดช กล่าวสำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/2568 รายได้ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยบริษัทมีแผนเข้าประมูลงานต่อเรือโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักยภาพที่ ASIMAR คาดว่าจะได้งานเพิ่มเข้ามาเสริมแกร่งรายได้ให้กับบริษัท สนับสนุนเป้าหมายรายได้เติบโต 10% ตามแผน closeSign inor register for free to use efinAI and the other benefits that make your investing more effectiveclosePlease upgrade your planto read past news and use every featureRelated Topicsข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ย. 68 15:29 น. ASIMAR ศักยภาพแข็งแกร่ง งบ Q3 ทำกำไร 21 ลบ. โต 51.25% โกยรายได้ 253 ลบ. หนุนรายได้เติบโต 10% ตามแผน“บมจ.เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ หรือ ASIMAR” โชว์ศักยภาพเติบโตแข็งแกร่ง งบไตรมาส 3/2568 ทำกำไรอยู่ที่ 21.13 ลบ. โต 51.25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 โดยรายได้งานต่อเรือโตถึง 112.19% จากการรับรู้งานถึง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการต่อเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ ของกองทัพเรือ และโครงการต่อเรือลากจูงของท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ-กองทัพเรือ ส่วนรายได้งานซ่อมเรือลดลงเล็กน้อย แต่ยังรักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง และมีการขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มบางส่วน หนุนรายได้ทั้งปี 2568 เติบโต 10% ตามแผน คาดการณ์ปิดปีเป็นไปตามเป้าหมายนายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASIMAR เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 3 ประจำปี 2568 บริษัทมีผลกำไรสุทธิ 21.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 เป็นรายได้ที่มาจากงานซ่อมเรือ 141.20 ล้านบาท แม้รายได้จะปรับตัวลงเล็กน้อย แต่โดยภาพรวมยังถือว่าทรงตัวได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยบริษัทยังคงรักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มบางส่วนโดยในไตรมาส 3/2568 บริษัทฯได้รับงานซ่อมเรือกลุ่มพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันดิบ (Tanker) และเรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG Carrier) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการซ่อมบำรุงตามรอบเวลา สำหรับสาขาสุราษฎร์ธานี มีรายได้หลักจากกลุ่มเรือโดยสาร และเรือท่องเที่ยว ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้ความต้องการซ่อมบำรุงเรือโดยสารและเรือเฟอรี่สูงขึ้นตามไปด้วย รวมถึงมีรายได้จากงานวิศวกรรมก่อสร้างทางลาดท่าเทียบเรือเข้ามาเสริมในไตรมาสนี้ด้านงานต่อเรือมีรายได้ 102.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.30 ล้านบาท หรือ 112.19% เป็นการรับรู้รายได้ของโครงการต่อเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ ของกองทัพเรือ เป็นการรับรู้รายได้สะสม 92.60% ของทั้งโครงการ นอกจากนี้ บริษัทฯยังเริ่มรับรู้รายได้จาก โครงการต่อเรือลากจูง ของท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ-กองทัพเรือ เป็นการรับรู้รายได้สะสม 5.90% ของทั้งโครงการ“บริษัทฯมีกำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 65.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.17 ล้านบาท หรือ 20.54% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 ส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรสะสม 9 เดือนถึง 39.58 ล้านบาท ในปี 2568 นี้ส่วนกรณีเรื่องการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกหนี้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของ บริษัท สยามลัคกี้ มารีน จำกัด ทางบริษัทฯได้มีการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกหนี้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแล้วจำนวน 9.54 ล้านบาท แล้วนั้น ซึ่งในไตรมาส 3/2568 ทางบริษัทฯพิจารณาไม่ตั้งสำรองเพิ่ม เนื่องจากได้พิจารณาผลการดำเนินงาน และสถานะทางการเงินของลูกค้ามีความมั่นคง รวมทั้งทางบริษัทฯได้ดำเนินการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ทำให้บริษัทฯมีความมั่นใจที่จะสามารถเก็บหนี้ได้ทั้งจำนวนในอนาคต” นายสุรเดช กล่าวสำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/2568 รายได้ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยบริษัทมีแผนเข้าประมูลงานต่อเรือโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักยภาพที่ ASIMAR คาดว่าจะได้งานเพิ่มเข้ามาเสริมแกร่งรายได้ให้กับบริษัท สนับสนุนเป้าหมายรายได้เติบโต 10% ตามแผน