Nippon Life Insurance ตกลงลงทุนมูลค่า 1.5 ล้านล้านเยน หรือราว 9.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นระยะเวลา 5 ปี ในธุรกิจ private credit, อสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์อื่น ๆ ของ Blackstone ข้อตกลงครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญที่บริษัทประกันชีวิตญี่ปุ่นนำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่นิ่งกว่า ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยในญี่ปุ่นที่ทยอยปรับสูงขึ้นและสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ดีลดังกล่าวเป็นความร่วมมือแบบ Multi-Asset โดย Blackstone จะนำเงินลงทุนไปใช้ในกลยุทธ์สินเชื่อหลากหลายประเภท รวมถึง สินเชื่อที่มีหลักประกัน, สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และ สินเชื่อโครงสร้างพื้นฐาน ครอบคลุมภาคพลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเน้นการลงทุนใน อเมริกาเหนือ ซึ่งยังเป็นตลาดที่สถาบันการเงินทั่วโลกให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องในช่วงที่สินทรัพย์ทางเลือกได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
Blackstone ชี้ private credit ยังเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุนรายย่อย
Jonathan Gray ประธานและซีโอโอของ Blackstone ระบุว่า ธุรกิจ private credit กำลังเผชิญแรงกดดันจากการไถ่ถอนของนักลงทุนรายย่อยที่เริ่มกังวลต่อผลการดำเนินงานของสินเชื่อบริษัท โดยเฉพาะกลุ่ม IT services ที่อาจได้รับผลกระทบจากความก้าวหน้าของ AI ประเด็นดังกล่าวทำให้ผู้ลงทุนสถาบันขนาดใหญ่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการพยุงและขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของกองทุนลักษณะนี้
สำหรับ Nippon Life การเข้าร่วมลงทุนระยะยาวในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการกระจายพอร์ตเข้าสู่สินทรัพย์ทางเลือก แต่ยังสะท้อนความพยายามรับมือกับสภาวะดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไปในญี่ปุ่น หลังจากช่วงเวลาที่ยาวนานของดอกเบี้ยต่ำมาก บริษัทประกันจึงต้องมองหาทางเลือกที่ให้กระแสรายได้สม่ำเสมอและลดความผันผวนของผลตอบแทนโดยรวม
ขยายความร่วมมือด้านอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น
นอกจากการลงทุนในต่างประเทศแล้ว Nippon Life ยังจะส่งบุคลากรด้านการลงทุนไปทำงานร่วมกับ Blackstone เพื่อเสริมการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ และทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในญี่ปุ่นด้านอสังหาริมทรัพย์ โดย Nippon Life ต้องการใช้ความเชี่ยวชาญของ Blackstone เพื่อเพิ่มอัตราการเช่าในอาคารสำนักงานและอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองในเขตเมืองของญี่ปุ่น ซึ่งบางส่วนเริ่มมีความสามารถในการทำกำไรลดลงตามอายุของอาคาร
ดีลนี้จึงสะท้อน 2 แนวโน้มพร้อมกัน คือการที่เงินทุนจากภาคประกันภัยญี่ปุ่นไหลสู่สินทรัพย์ต่างประเทศเพื่อหาผลตอบแทนที่เสถียรกว่า และการที่ผู้เล่นระดับโลกอย่าง Blackstone ยังคงดึงดูดเงินทุนจากสถาบันขนาดใหญ่ได้ แม้ตลาด private credit จะเผชิญคำถามเรื่องคุณภาพสินเชื่อและแรงขายจากนักลงทุนบางกลุ่มก็ตาม