ผู้จัดทำดัชนีโลกเขย่าตลาดเอเชีย: เกาหลีใต้-เวียดนามรับเงินไหลเข้า ขณะอินโดนีเซียเสี่ยงเงินไหลออก
กระแสเงินทุนในตลาดเอเชียกำลังสะท้อนอิทธิพลของผู้จัดทำดัชนีระดับโลกอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยการถูกบรรจุหรือปรับระดับในดัชนีสากลสามารถดึงดูดทั้งเงินทุนจากกองทุนเชิงรับและเชิงรุกให้ไหลตามอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุด เกาหลีใต้ และ เวียดนาม ได้รับแรงหนุนจากการยกระดับสถานะในตลาดทุนโลก ขณะที่ อินโดนีเซีย กลับเผชิญแรงกดดันจากการถูกปรับลดหรือถอดหุ้นออกจากดัชนี ส่งผลให้มีความเสี่ยงเงินไหลออกจากตลาดอย่างต่อเนื่อง
เกาหลีใต้รับแรงซื้อหลังเข้า WGBI
ในกรณีของเกาหลีใต้ FTSE Russell ได้บรรจุประเทศเข้าไปในดัชนีพันธบัตรรัฐบาลโลก WGBI (World Government Bond Index) ในเดือนเมษายน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติทยอยซื้อพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้มูลค่าราว 15.1 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 10.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การไหลเข้าดังกล่าวสะท้อนว่าตราสารหนี้ของประเทศที่ผ่านเกณฑ์ของผู้จัดทำดัชนีจะถูกมองว่าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีเสถียรภาพมากขึ้น และมีโอกาสถูกจัดสรรเข้าสู่พอร์ตของเงินทุนทั่วโลกมากกว่าเดิม
การยกระดับเช่นนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความต้องการซื้อพันธบัตร แต่ยังอาจช่วยหนุนสภาพคล่องและสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในระยะยาวอีกด้วย
เวียดนามได้อานิสงส์จากการปรับชั้นตลาด
ด้านเวียดนาม ดัชนี VN Index พุ่งขึ้นมากกว่า 4% เมื่อวันที่ 8 เมษายน หลัง FTSE Russell ยืนยันว่าจะยกระดับเวียดนามจาก frontier market ไปเป็น secondary emerging market ในวันที่ 21 กันยายน ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังการปฏิรูปโครงสร้างตลาดหลายด้าน รวมถึงการเปิดทางให้นายหน้าต่างชาติ และการยกเลิกกติกา pre-funding trade ซึ่งเคยเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุนจากต่างประเทศ
นักวิเคราะห์มองว่าการปรับสถานะดังกล่าวมีความสำคัญต่อการดึงเม็ดเงินเข้าตลาดทุนเวียดนามในระยะกลางถึงยาว เพราะนักลงทุนสถาบันจำนวนมากใช้ดัชนีเป็นเกณฑ์กำหนดสัดส่วนการลงทุน ส่งผลให้เวียดนามมีโอกาสได้รับกระแสเงินทุนเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ
อินโดนีเซียเผชิญความเสี่ยงเงินไหลออก
ในทางกลับกัน อินโดนีเซียกำลังเผชิญแรงกดดันตรงข้าม หลัง MSCI ถอดหุ้นท้องถิ่น 6 บริษัท ออกจาก domestic global standard index ภายหลังการทบทวนรายไตรมาส ส่งผลให้ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปรับตัวลงในวันพุธที่ผ่านมา และเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินไหลออกจากตลาดหุ้นราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการประเมินของ Harry Su จาก Samuel Sekuritas Indonesia
แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติยังส่งผลต่อค่าเงินรูเปียห์ ซึ่งอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงในดัชนีสากลสามารถส่งผลต่อทั้งตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และตลาดเงินในเวลาเดียวกัน
บทสรุป: ดัชนีโลกมีอิทธิพลต่อเส้นทางเงินทุน
กรณีของเกาหลีใต้ เวียดนาม และอินโดนีเซียชี้ให้เห็นว่าอำนาจของ FTSE Russell และ MSCI ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเชิงเทคนิค แต่มีผลโดยตรงต่อเส้นทางของเงินทุนในเอเชีย ประเทศที่ผ่านเกณฑ์และได้รับการยกระดับมักดึงดูดเงินลงทุนได้มากขึ้น ขณะที่ประเทศที่ถูกถอดออกหรือถูกลดน้ำหนักอาจเผชิญแรงขายและความผันผวนของค่าเงินตามมา
สำหรับนักลงทุน ภาพรวมนี้ตอกย้ำว่าการติดตามนโยบาย ปฏิรูปตลาด และการประเมินของผู้จัดทำดัชนีโลกเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ตัวเลขเศรษฐกิจ เพราะทั้งหมดล้วนมีผลต่อการจัดพอร์ตและทิศทางเงินทุนในภูมิภาคเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ
- เกาหลีใต้ ได้เงินไหลเข้าหลังเข้าดัชนี WGBI
- เวียดนาม ได้แรงหนุนจากการยกระดับสู่ตลาดเกิดใหม่ระดับรอง
- อินโดนีเซีย เผชิญความเสี่ยงเงินไหลออกและค่าเงินอ่อน