นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียเรียกร้องให้ประชาชนประหยัดการใช้เชื้อเพลิงและหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการนำเข้า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ค่าเงินรูปี และแนวโน้มเศรษฐกิจของอินเดีย ขณะที่รัฐบาลเริ่มนำมาตรการประหยัดพลังงานและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบกลับมาใช้อีกครั้ง
โมดีแนะนำให้ประชาชนใช้มาตรการประหยัดพลังงาน เช่น การทำงานจากบ้านและการประชุมออนไลน์ เพื่อลดการใช้พลังงาน พร้อมขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศที่ไม่จำเป็น การท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด การจัดงานแต่งงานที่ไม่จำเป็น และการซื้อทองคำที่ไม่จำเป็น โดยแนวทางดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะกระทบต้นทุนนำเข้าและภาคเศรษฐกิจโดยรวม
รัฐบาลอินเดียยังได้นำแนวทางจากช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนก๊าซและต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรีระดับกลางได้อนุมัติโครงการการันตีสินเชื่อวงเงิน 181 พันล้านรูปี หรือประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน
ราคาน้ำมันกดดันบิลนำเข้าและรูปีอินเดีย
อินเดียซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะผลกระทบต่อบิลนำเข้าและทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ขณะที่ค่าเงินรูปีมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา การอ่อนค่าของรูปีอาจยิ่งทำให้ต้นทุนนำเข้าน้ำมันสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในประเทศ
ธนาคารกลางอินเดียระบุว่า ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 10% จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง 0.15% และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.30% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าราคาพลังงานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจมหภาคของอินเดีย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดจับตาความขัดแย้งในอิหร่านอย่างใกล้ชิด
คาดการณ์เศรษฐกิจอินเดียเริ่มถูกปรับลด
แม้รัฐบาลยังคงคาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตอยู่ในช่วง 6.8% - 7.2% ในปีงบประมาณนี้ แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายรายเริ่มปรับลดประมาณการลง โดย Goldman Sachs Group Inc. คาดการณ์การเติบโตที่ 5.9% สำหรับปี 2026 ขณะที่ Oxford Economics Ltd. คาดการณ์ที่ 6.2% สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อผลกระทบจากราคาน้ำมันและค่าเงินรูปี
นักลงทุนควรติดตามว่าแรงกดดันจากพลังงานจะลุกลามไปยังสินทรัพย์เสี่ยงอื่นหรือไม่ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน ต้นทุนของภาคขนส่ง และแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจกระทบต่อทิศทางนโยบายการเงินของอินเดีย ในมุมของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินรูปีและราคาน้ำมันเบรนท์เป็นตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลต่อมุมมองการลงทุนในภูมิภาคนี้
สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป
- ทิศทางราคาน้ำมันจากความขัดแย้งในอิหร่านว่าจะกดดันต้นทุนนำเข้าและเงินเฟ้ออินเดียมากขึ้นหรือไม่
- การเคลื่อนไหวของค่าเงินรูปี หลังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างหนัก
- การปรับประมาณการเศรษฐกิจของสำนักวิจัยและสถาบันการเงินเพิ่มเติม หลังรัฐบาลยังคงเป้าเติบโต 6.8% - 7.2%
- ติดตามการอัปเดตนโยบายและการประเมินผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือวงเงิน 181 พันล้านรูปี
มุมมองสำหรับนักลงทุน
ประเด็นนี้มีผลต่อนักลงทุนทั้งในมิติของราคาพลังงาน ค่าเงิน และเศรษฐกิจอินเดียโดยตรง หากราคาน้ำมันยังสูงต่อเนื่อง นักลงทุนอาจเห็นแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มที่ใช้พลังงานสูง รวมถึงความผันผวนของค่าเงินรูปี ขณะเดียวกันสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อาจได้รับความสนใจมากขึ้นตามทิศทางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์