
ย้อนรอยแนวคิด 15 ปีของ Hal Finney หนึ่งในผู้บุกเบิกบิตคอยน์ที่ชี้ชัดว่าทำไมเครือข่ายบิตคอยน์ถึงไม่สามารถถูกสร้างใหม่เพื่อทดแทนได้ เผยหัวใจสำคัญคือ “ความน่าเชื่อถือ” และ “ความมั่นคง” ที่ระบบเศรษฐกิจอื่นยังก้าวตามไม่ทัน
ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน ได้มีคำเตือนสำคัญจากหนึ่งในผู้บุกเบิกยุคแรกเริ่มของบิตคอยน์อย่างนายฮาล ฟินนีย์ (Hal Finney) ที่ยังคงสะท้อนภาพความจริงของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมาจนถึงทุกวันนี้ โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2011 ในเว็บบอร์ด Bitcointalk เมื่อนายฟินนีย์ได้ร่วมถกเถียงกับนายจอน โทบีย์ (Jon Tobey) ในหัวข้อที่ว่าด้วย “ผลตอบแทนของนักเก็งกำไรยุคแรก”
ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงกันคือเรื่องของ “ความยุติธรรม” เนื่องจากมีคนตั้งคำถามว่า การที่กลุ่มผู้ใช้งานยุคแรกๆ สามารถขุดหรือสะสมเหรียญบิตคอยน์ได้เป็นจำนวนมากตั้งแต่ตอนที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักเครือข่ายนี้นั้น ถือเป็นความได้เปรียบที่มหาศาลเกินไปหรือไม่ ถึงขั้นที่ผู้ร่วมสนทนาบางคนเสนอแนวคิดว่า ควรจะมีการ “รีเซ็ต” หรือเปิดตัวเครือข่ายบิตคอยน์ขึ้นมาใหม่เพื่อล้างไพ่ให้เกิดความเท่าเทียม
อย่างไรก็ตาม นายฟินนีย์ได้ปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างสิ้นเชิง โดยให้เหตุผลที่ไม่ได้อิงแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เจาะลึกไปถึงตรรกะทางเศรษฐศาสตร์ เขาชี้ให้เห็นว่า หากมีการสร้างบล็อกเชนของบิตคอยน์อันใหม่ขึ้นมาเพื่อทดแทนอันเก่าได้สำเร็จ สิ่งนั้นจะทำลายความน่าเชื่อถือของตัวระบบใหม่ไปตลอดกาล เพราะนักลงทุนย่อมเกิดความหวาดระแวงและตั้งคำถามว่า “แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเหตุการณ์รื้อระบบแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก?”
หากมองให้ลึกลงไป ปัญหาที่แท้จริงคือความน่าเชื่อถือ เพราะต่อให้เราทิ้งบิตคอยน์เวอร์ชันแรกไป ระบบใหม่ก็จะมี “กลุ่มผู้ใช้งานหน้าใหม่ยุคแรก” เข้ามากอบโกยผลประโยชน์อยู่ดี และสุดท้ายผู้ใช้งานที่เข้ามาทีหลังก็จะเกิดความรู้สึกต่อต้านและเรียกร้องให้เปลี่ยนระบบใหม่อีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่มีวันจบสิ้น
ข้อโต้แย้งของนายฟินนีย์ในวันนั้นได้เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าถึงหลักการแกนกลางของบิตคอยน์ในวันนี้ นั่นคือ เครือข่ายทางการเงินจะอยู่รอดได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์ (Code) แต่ต้องพึ่งพา “ความเชื่อมั่น” “ความต่อเนื่อง” และ “ความสามารถในการต้านทานต่อการถูกเปลี่ยนแปลงตามอำเภอใจ” ด้วย
พูดง่ายๆ ก็คือ ความแข็งแกร่งของบิตคอยน์นั้นมาจากตัวของมันเอง โปรโตคอลของบิตคอยน์ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่ไม่จำเป็นมาโดยตลอด จนทำให้ระบบมีความแน่นอนและคาดเดาได้ (Predictability) ในระดับที่ระบบเศรษฐกิจทางเลือกอื่นๆ ยังเทียบเคียงได้ยาก
ที่มา : Cryptopotato
🤖 efin AI

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย