
Strategy ของ Michael Saylor ขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC มูลค่าราว 2.5 ล้านดอลลาร์ นับเป็นการขายครั้งแรกตั้งแต่ปี 2022 เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายผลตอบแทนหุ้นบุริมสิทธิ์ ขณะที่บริษัทย้ำว่ายังคงถือครอง Bitcoin มากกว่า 843,000 BTC
บริษัท Strategy ได้ยื่นแบบรายงาน 8-K ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าบริษัทได้ทำการขายบิตคอยน์จำนวน 32 เหรียญออกไปในช่วงวันที่ 26 ถึง 31 พฤษภาคม การขายครั้งนี้ได้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 77,135 ดอลลาร์ต่อเหรียญ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์
ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทตัดสินใจขายบิตคอยน์ออกมา นับตั้งแต่การขายเมื่อเดือนธันวาคม 2022 ซึ่งในครั้งนั้นบริษัทขายออก 704 BTC ก่อนจะซื้อกลับ 810 BTC ในอีกสองวันถัดมา โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านภาษี (tax loss trade)
สาเหตุหลักที่บริษัทต้องเฉือนคลังบิตคอยน์ในครั้งนี้ เป็นเพราะต้องการนำเงินสดที่ได้ไปสมทบเป็นกองทุนสำหรับจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือ “หุ้นบุริมสิทธิ” (Preferred stock) ของบริษัท ซึ่งผู้บริหารได้เคยส่งสัญญาณไว้แล้วในช่วงการรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 ว่าอาจจำเป็นต้องแบ่งขายบิตคอยน์บางส่วน เพื่อนำมาจ่ายปันผลให้กับหุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่มีกำหนดไถ่ถอน (Perpetual preferred stock) รุ่น STRC ที่ออกแบบมาเพื่อจ่ายผลตอบแทนสูงให้นักลงทุน
แม้หลายคนอาจตกใจกับการเทขาย แต่ ไมเคิล เซย์เลอร์ ผู้บริหารของบริษัท ได้ออกมาย้ำเตือนนักลงทุนว่า บริษัทมีนโยบายที่จะซื้อบิตคอยน์กลับมา 10 ถึง 20 เหรียญในทุกๆ 1 เหรียญที่ขายออกไป ส่วนประโยคที่เขาเคยกล่าวว่า “จะไม่มีวันขาย” นั้น แท้จริงแล้วหมายถึงการตั้งเป้าเป็นผู้สะสมบิตคอยน์สุทธิในระยะยาวนั่นเอง
ปัจจุบัน Strategy ยังคงเป็นราชาผู้ถือครองบิตคอยน์ โดยมีเหลืออยู่ในคลังมากถึง 843,706 เหรียญ หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 4% ของจำนวนบิตคอยน์จำกัดทั้งหมด 21 ล้านเหรียญที่จะมีได้บนโลก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเฉลี่ยที่บริษัทซื้อมานั้นอยู่ที่ 75,699 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย) ทำให้มูลค่ารวมของพอร์ตที่ใช้เงินลงทุนไป 6.39 หมื่นล้านดอลลาร์ ตอนนี้เหลือมูลค่าประเมินประมาณ 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าบริษัทกำลังเผชิญกับ “การขาดทุนทางบัญชีที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” (Paper loss) อยู่ราว 2.9 พันล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับราคาเหรียญในปัจจุบัน
นอกจากการปรับพอร์ตบิตคอยน์แล้ว บริษัทยังมีการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินที่น่าสนใจ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้เงินสดสำรองจำนวน 2 พันล้านดอลลาร์ ไปทำการซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพชนิดไม่มีดอกเบี้ย (Zero-coupon convertible notes) ที่จะครบกำหนดในปี 2029 มูลค่าหน้าตั๋ว 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยซื้อคืนมาได้ในราคาประมาณ 1.38 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการไถ่ถอนหนี้พร้อมรับส่วนลดถึง 8% นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขายหุ้นสามัญ (MSTR) ของตนเองออกไปจำนวน 801,994 หุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 128.3 ล้านดอลลาร์อีกด้วย
ท่ามกลางการปรับโครงสร้างนี้ ราคาหุ้น MSTR ของ Strategy ก็ยังคงปรับตัวลดลง 3.1% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปิดที่ 159.09 ดอลลาร์ และมูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังคงร่วงลงอย่างหนักถึง 65% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดเมื่อช่วงฤดูร้อนปี 2025 เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับโครงการเข้าซื้อบิตคอยน์จำนวนมากของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
การตัดสินใจขาย Bitcoin ของ Strategy ทำให้นักลงทุนบางส่วนจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริษัทถูกมองเป็นหนึ่งในต้นแบบของโมเดล Bitcoin Treasury โดยปัจจุบันมีบริษัทมหาชนเกือบ 200 แห่งที่นำกลยุทธ์สะสม Bitcoin ไปใช้
ที่มา : theblock.co
🤖 efin AI

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย