
สมาคมธนาคารสหรัฐฯ เผยผลสำรวจ หนุนจุดยืนคัดค้าน Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือ โดยระบุว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้กฎคริปโทฯ ใหม่กระทบระบบสินเชื่อและธนาคารชุมชน
สมาคมธนาคารสหรัฐฯ (American Bankers Association: ABA) เปิดเผยผลสำรวจฉบับใหม่ เพื่อสนับสนุนจุดยืนในการคัดค้าน Stablecoin ที่จ่ายผลตอบแทน (Yield) ให้กับผู้ใช้งาน ท่ามกลางการล็อบบี้ให้แก้ไขร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ Clarity Act ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาในสหรัฐฯ
ผลสำรวจที่ ABA จัดทำโดย Morning Consult จากกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ชาวสหรัฐฯ 2,000 คน พบว่า 57% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า สภาคองเกรสควรป้องกันไม่ให้บริษัทคริปโทฯ เสนอผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้าย “ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร” บน Stablecoin หากสิ่งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อของธนาคารชุมชน
กลุ่มธนาคารให้เหตุผลว่า Stablecoin ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ อาจดึงเงินออกจากบัญชีเงินฝากที่มีดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของธุรกิจธนาคาร และอาจกระทบความสามารถในการปล่อยสินเชื่อให้กับเศรษฐกิจ
ภายใต้ร่าง Clarity Act ฉบับปัจจุบัน ระบุไม่ให้แพลตฟอร์มคริปโทฯ จ่ายดอกเบี้ยจากการถือครองสเตเบิลคอยน์แบบเก็บไว้เฉยๆ แต่ยังเปิดช่องให้แพลตฟอร์มสามารถทำระบบแจกรางวัล (Rewards programs) ในลักษณะคล้ายกับแต้มบัตรเครดิต สำหรับผู้ที่นำเหรียญไปใช้งานจริงได้
Rob Nichols ประธานและซีอีโอของ ABA กล่าวว่า ในขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติกำลังพิจารณาสร้างกรอบกำกับดูแล Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัล พวกเขาจำเป็นต้องรับรู้ว่าชาวอเมริกันไม่ต้องการกฎที่จะบั่นทอนการปล่อยสินเชื่อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม CoinDesk ระบุว่า คำถามในแบบสำรวจของ ABA มีการตั้งสมมติฐานว่า Stablecoin มีแนวโน้มสร้างความเสี่ยงต่อระบบธนาคารและการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเป็นมุมมองที่ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโทฯ และนักเศรษฐศาสตร์ของทำเนียบขาวบางส่วนโต้แย้ง
ในอีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจของ ABA กลับสะท้อนความสนใจต่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น โดย 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ามีแนวโน้มจะซื้อหรือใช้งานคริปโทฯ ภายในปีหน้า ขณะที่ 24% มองว่า Stablecoin และคริปโทฯ สามารถสร้างประโยชน์ที่มีความหมายให้กับพวกเขาได้
นอกจากนี้ เมื่อถามถึงแนวทางกำกับดูแลคริปโทฯ 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าควรดำเนินด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรสร้างความเสี่ยงต่อระบบการเงินแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะธนาคารชุมชน
ปัจจุบัน วุฒิสมาชิกที่ผลักดัน Clarity Act ยังคงหารือเรื่องรายละเอียดของกฎหมาย หลังร่างดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาแล้ว แต่ยังต้องรวมเข้ากับร่างกฎหมายที่ผ่านจากคณะกรรมาธิการด้านการเกษตร ก่อนเข้าสู่การพิจารณาในขั้นต่อไป
ขณะที่ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโทฯ ยังคงผลักดันให้ Clarity Act ผ่านเป็นกฎหมาย โดยมองว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องมีกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจน โดย Blockchain Association ได้เผยแพร่จดหมายสนับสนุนจากอดีตเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมาย ความมั่นคง และข่าวกรองกว่า 160 คน เพื่อเรียกร้องให้มีกรอบกำกับดูแลยุคใหม่สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล
ที่มา : coindesk

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย