
รัฐบาลสหรัฐฯ เผยยึดคริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับอิหร่านมูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ ภายใต้ปฏิบัติการ Operation Economic Fury ซึ่งมีเป้าหมายตัดช่องทางการเงินของรัฐบาลเตหะรานทั้งในระบบธนาคารและสินทรัพย์ดิจิทัล
นาย Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ยึดคริปโทเคอร์เรนซีที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกดดันรัฐบาลอิหร่านผ่านการตัดช่องทางการระดมทุนและการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ
เขาได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการของ Fox Business ว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน พร้อมระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้ “Operation Economic Fury” ซึ่งมุ่งจำกัดการเข้าถึงรายได้จากต่างประเทศ เครือข่ายธนาคาร และโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของอิหร่าน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังระบุว่าได้ดำเนินมาตรการต่อเนื่องกับเครือข่ายธนาคารเงาของอิหร่าน (Shadow Banking Networks) เครือข่ายจัดหาอาวุธและชิ้นส่วนทางทหาร รวมถึงเจ้าหน้าที่อิรักรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการขายน้ำมันร่วมกับกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศอิหร่าน โดยอ้างว่ากำลังพลจำนวนมากไม่ได้รับค่าตอบแทน เจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนไม่มาปฏิบัติหน้าที่ และอัตราเงินเฟ้อพุ่งเกิน 200% นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่ารัฐบาลอิหร่านต้องใช้ระบบคูปองอาหารและมาตรการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว
สหรัฐฯ และพันธมิตรยังคงติดตามและยึดทรัพย์สินในต่างประเทศ ทั้งอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ที่เชื่อว่าเป็นผลประโยชน์ที่ถูกเบี่ยงเบนไปจากประชาชนอิหร่าน พร้อมกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อิหร่านสามารถเคลื่อนย้ายเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อเดือน ก่อนที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเข้ามาสกัดกั้น
ที่มา : Coindesk
🤖 efin AI

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย