ย้อนรอย 8 ปี “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟดผู้พาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต

รูป ย้อนรอย 8 ปี “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟดผู้พาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต

efinAI


หลังนำธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ผ่านพ้นวิกฤตใหญ่มาหลายระลอก นับตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิด-19 ไปจนถึงเงินเฟ้อที่พุ่งสูงที่สุดในรอบ 40 ปี ทว่าสิ่งที่จะกลายเป็นตำนานของเจอโรม พาวเวลล์ คือการบริหารจัดการความท้าทายและการยืนหยัดปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง หลังจากอยู่ในตำแหน่งประธานเฟดมา 8 ปี

คุณสมบัติข้อใหญ่ของพาวเวลล์ที่นักเศรษฐศาสตร์กว่าสิบรายพูดถึงระหว่างให้สัมภาษณ์กับ CBS News นั่นคือ ความเป็นผู้นำที่สุขุมและเน้นผลในทางปฏิบัติ ซึ่งช่วยประคับประคองเศรษฐกิจจนผ่านพ้นช่วงวิกฤต แต่สิ่งที่เป็นที่จดจำมากที่สุดของพาวเวล์นั่นก็คือ การรักษาความเป็นอิสระของเฟด ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับการฟ้องร้องทางกฎหมาย รวมถึงแรงกดดันอย่างหนักจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ลดดอกเบี้ย

เดวิด เวสเซล นักวิชาการอาวุโสด้านเศรษฐศาสตร์จากสถาบันคลังสมอง Brookings Institution และผู้เขียนหนังสือ In Fed We Trust: Ben Bernanke’s War on the Great Panic กล่าวว่า ตำนานที่ผู้คนจะจดจำพาวเวลล์นั่นคือ การปกป้องความเป็นอิสระของเฟดในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ความเป็นผู้นำของพาวเวลล์ช่วยให้ชาวอเมริกันมั่นใจว่า ยังมีผู้ใหญ่ที่ยังซื่อสัตย์คอยกำกับดูแลสถาบันทางเศรษฐกิจที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก

มาร์ก แซนดี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Moody’s Analytics กล่าวว่า เฟดภายใต้การนำของพาวเวลล์ทำหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชมในการบริหารนโยบายการเงินผ่านช่วงเวลาที่ปั่นป่วน และสามารถบรรลุเป้าหมายพันธกิจคู่ขนาน นั่นคือการรักษาเสถียรภาพด้านราคาและการผลักดันให้เกิดการจ้างงานเต็มศักยภาพได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของพาวเวลล์เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานเฟด นั่นคือการพยายามอย่างไม่ลดละเพื่อดำรงความเป็นอิสระของเฟดไว้

ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 เม.ย. พาวเวลล์ระบุว่า จะยังคงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดต่อไป ก่อนส่งไม้ต่อให้เควิน วอร์ช ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักสำหรับอดีตประธานเฟดที่จะนั่งในคณะกรรมการเฟดต่อไป เพื่อเป็นการปกป้องเฟดจากความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องทางกฎหมายโดยรัฐบาล


จากเสียงชื่นชมสู่วิวาทะ

เมื่อทรัมป์เสนอชื่อพาวเวลล์ให้สืบทอดตำแหน่งประธานเฟดต่อจากเจเน็ต เยลเลน ในเดือนก.พ. 2018 เขายกย่องพาวเวลล์ว่าเป็นผู้ที่มีสติปัญญาและมีความเป็นผู้นำที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทว่าในไม่ช้าทรัมป์ก็เริ่มไม่พอใจกับการนำของพาวเวลล์ หลังจากเฟดเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2018 เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป และสาดคำพูดวิพากษวิจารณ์ที่รุนแรงยิ่งขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง

ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 เศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับขั้วและดิ่งเข้าสู่ภาวะถดถอย ส่งผลให้อัตราการว่างงานพุ่งสูงเกือบ 15% ในเดือนมี.ค. ปีนั้น พาวเวลล์ได้เรียกประชุมฉุกเฉินคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) สองครั้ง นำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงใกล้ระดับ 0% เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดแรงงานในช่วงวิกฤต
ลิซ แพนคอตติ กรรมการผู้จัดการด้านนโยบายจากสถาบันคลังสมอง Groundwork Collaborative กล่าวว่า พาวเวลล์ช่วยให้เศรษฐกิจยังยืดหยุ่นตลอดช่วงการแพร่ระบาด โดยมีการกำหนดนโยบายการคลังที่แข็งแกร่งผ่านการออกกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโควิด จึงช่วยพยุงตลาดแรงงานไว้ในช่วงที่ตลาดต้องการมากที่สุด

ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของพาวเวลล์

ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะแรกจากโควิด-19 นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1980 ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายครั้งสำคัญต่อความเป็นผู้นำของพาวเวลล์ การพุ่งขึ้นของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวอเมริกันหลายล้านคน ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนระบุว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของพาวเวลล์ในฐานะประธานเฟด

เมื่อราคาสินค้าเริ่มทะยานขึ้นในปี 2021 ในช่วงแรกพาวเวลล์อธิบายว่าอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเป็นเพียงชั่วคราว โดยมองว่าเป็นผลมาจากปัจจัยระยะสั้น เช่น ห่วงโซ่อุปทานโลกที่ชะงักงัน ไม่ใช่จากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบในระดับที่ลึกกว่า อย่างการขาดแคลนแรงงาน หรืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำ

ความลังเลที่จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ทำให้เจ้าหน้าที่เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปจนกระทั่งถึงเดือนมี.ค. 2022 ซึ่งในขณะนั้นดัชนีราคาผู้บริโภคพุ่งสู่ 8.5% ไปแล้ว ความล่าช้าดังกล่าวนำไปสู่การเสียโอกาสและสร้างความเสียหายอย่างมากให้กับพาวเวลล์

อดัม คริซาฟูลลี หัวหน้าฝ่ายวิจัยการลงทุนจาก Vital Knowledge กล่าวว่า ผลงานของเขาในเรื่องเงินเฟ้อมีความก้ำกึ่งมาก เนื่องจากพาวเวลล์ปล่อยให้เงินเฟ้อพุ่งเกินเป้าหมายติดต่อกันมาหลายปี แม้ว่าผลกระทบจากปัจจัยระดับมหภาคซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของเฟดจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ทั้งโควิด-19, นโยบายการคลังยุคโควิด, สงครามยูเครนและอิหร่าน รวมถึงกำแพงภาษี แต่ในความเป็นจริงเมื่อเวลาผ่านไป ประวัติศาสตร์มักไม่สนใจรายละเอียดเหล่านั้นแล้ว

ทิม ดาย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก SGH Macro Advisors กล่าวว่า ความลังเลของพาวเวลล์ในการผลักดันให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย สะท้อนถึงการที่เฟดให้ความสำคัญกับด้านการจ้างงานภายใต้พันธกิจคู่ขนาน ซึ่งพันธกิจนี้กำหนดให้ธนาคารกลางต้องรักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพด้านราคากับการจ้างงานอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฟดพยายามอย่างหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งสองประการไปพร้อมกัน

การลงจอดอย่างนุ่มนวลที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงที่สุดในรอบ 40 ปีในปี 2022 และกระทบต่อตลาดแรงงาน ขณะที่ความกังวลว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แต่พาวเวลล์และเจ้าหน้าที่เฟดสามารถจัดการให้เศรษฐกิจลงจอดอย่างนุ่มนวลหรือ Soft landing ได้สำเร็จ โดยธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงพอที่จะควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่ทำให้ขีดความสามารถในการจ้างงานลดลงจนอัตราการว่างงานพุ่งสูง นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า หากดูจากในอดีตที่เฟดเคยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป มักจะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างเลี่ยงไม่ได้ การนำเศรษฐกิจเข้าลงจอดอย่างนุ่มนวลได้ในยุคของพาวเวลล์จึงถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ

ในมุมมองของแมทธิว ลูเซตติ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำสหรัฐฯ ของ Deutsche Bank มองว่า การนำพาเศรษฐกิจให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตเงินเฟ้อจากโควิด โดยไม่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย พร้อมทั้งรักษา ความน่าเชื่อถือของเฟดในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพาวเวลล์

แม้จะนำเศรษฐกิจลงจอดได้อย่างนุ่มนวล แต่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังไม่ลดลงสู่เป้าหมาย 2% ต่อปี ซึ่งเป็นเป้าหมายที่พาวเวลล์ยังคงย้ำในการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายในฐานะประธานเฟด


ทรัมป์ 2.0

ในช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง พาวเวลล์ต้องรับมือกับผลกระทบจากภาวะอุปทานชะงักงันที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากมาตรการกำแพงภาษีของรัฐบาลที่สร้างความกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่ออัตราเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

ตามมาด้วยสงครามอิหร่านที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน นำไปสู่อัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยดัชนีราคาผู้บริโภคล่าสุดเดือนเม.ย. แตะระดับ 3.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2023

เกร็ก ดาโก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ EY-Parthenon กล่าวว่า ความเป็นผู้นำของพาวเวลล์จะถูกจดจำในฐานะนักปฏิบัติ การรักษาวินัย และความสามารถในการพลิกแพลงที่เหนือชั้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความผันผวนมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ความยืดหยุ่นเหล่านั้นช่วยให้เฟดสามารถนำพาเศรษฐกิจผ่านพ้นความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ ในขณะเดียวกันยังคงรักษาความน่าเชื่อถือและตอกย้ำถึงความสำคัญในการธำรงความเป็นอิสระของสถาบันเอาไว้ได้

นอกจากความท้าทายทางเศรษฐกิจ พาวเวลล์ยังต้องแบกรับแรงกดดันจากการโจมตีความเป็นอิสระของเฟดจากรัฐบาลทรัมป์ โดยผู้นำสหรัฐฯ มักเรียกพาวเวลล์ว่าเป็นประธานเฟดที่ใช้ไม่ได้ และวิจารณ์การที่พาวเวล์ไม่ยอมลดอัตราดอกเบี้ย และเปิดฉากโจมตีทางกฎหมายหลายระลอก

ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมได้เปิดฉากการสอบสวนทางอาญาต่อพาวเวลล์ต่อกรณีการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด โดยพาวเวลล์ระบุว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นข้ออ้างเพื่อกดดันให้ลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ทรัมป์เรียกร้อง

แม้ว่ากระทรวงยุติธรรมจะยุติการสอบสวนดังกล่าวไปแล้ว แต่พาวเวลล์กล่าวว่าเขาจะยังคงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดต่อไป และภายใต้บทบาทนี้ เขาจะยังเป็นหนึ่งในสมาชิก 12 รายของ FOMC ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า หากดูจากรูปการณ์ในฐานะอดีตประธานเฟด พาวเวลล์น่าจะยังคงเป็นเสียงที่มีอิทธิพลต่อประเด็นนโยบายการเงินต่อไป

คริซาฟูลลีสรุปว่า บทสรุปสุดท้ายของพาวเวลล์ที่จะถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะหากเขาสามารถปกป้องความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินเอาไว้ได้ สิ่งนี้จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุด มากกว่าเรื่องผลงานการรับมือกับเงินเฟ้อที่ค่อนข้างก้ำกึ่งในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง


เรียบเรียงจาก CBS News

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย