Mini Gold Online Futures ของใหม่ขวัญใจ GenZ ทุนน้อยก็เทรดทองได้

efinAI
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX เดินหน้าขยายตลาดอนุพันธ์ทองคำ ล่าสุดเปิดซื้อขายผลิตภัณฑ์ใหม่ “Mini Gold Online Futures” หรือ MGO อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำโลกได้ง่ายขึ้น ด้วยขนาดสัญญาที่เล็กลง ใช้เงินวางหลักประกันต่ำลง และเหมาะกับผู้ลงทุนรายย่อยมากขึ้น
นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำที่ปรับขึ้นแรง ทำให้ต้นทุนการลงทุนสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งการซื้อทองคำจริงและการลงทุนผ่าน Gold Online Futures ซึ่งต้องใช้เงินวางหลักประกัน (Margin) เพิ่มขึ้นมาก

ด้วยเหตุนี้ TFEX จึงพัฒนา Mini Gold Online Futures ให้มีขนาดสัญญาเล็กลงจากเดิมถึง 10 เท่า จาก Gold Online Futures เดิมที่อ้างอิงทองคำประมาณ 10 ทรอยออนซ์ เหลือเพียง 1 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 2 บาททองคำ ช่วยให้ผู้ลงทุนใช้เงินเริ่มต้นต่ำลงและเข้าถึงตลาดทองคำโลกได้ง่ายขึ้น
สำหรับเงินวางหลักประกันจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท หรือราว 10-15% ของมูลค่าสัญญา ซึ่งต่ำกว่าสัญญาเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
Mini Gold Online Futures หรือชื่อย่อ “MGO” ยังคงจุดเด่นของ Gold Online Futures เดิมไว้อย่างครบถ้วน โดยอ้างอิงราคาทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.5% ในตลาดโลก ซื้อขายตามราคาทองคำสกุลดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ แต่ใช้เงินบาทในการวางหลักประกันและชำระกำไรขาดทุน

จุดเด่นสำคัญอีกด้าน คือ กำหนดตัวคูณราคา (Multiplier) ไว้ที่ 30 เท่า หมายความว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำ 1 ดอลลาร์สหรัฐ จะเทียบเท่ากับกำไรหรือขาดทุน 30 บาท ทำให้นักลงทุนติดตามราคาและคำนวณผลตอบแทนได้ง่ายขึ้น รวมถึงลดความกังวลเรื่องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
นอกจากนี้ ยังเปิดให้ซื้อขายได้ทั้งช่วงกลางวัน เวลา 09.15-16.55 น. และช่วงกลางคืน เวลา 18.45-03.00 น. ของวันถัดไป เพื่อรองรับความเคลื่อนไหวของตลาดทองคำโลกได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ MGO เป็นสัญญาที่ชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง เหมาะทั้งสำหรับผู้ลงทุนมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นลงทุนทองคำด้วยเงินไม่สูงมาก รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและกระจายพอร์ตการลงทุน

ปัจจุบัน TFEX มีผลิตภัณฑ์อ้างอิงทองคำหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่แตกต่างกัน ทั้ง Gold Futures ที่อ้างอิงทองคำความบริสุทธิ์ 96.5%, Gold Online Futures และ Mini Gold Online Futures ที่อ้างอิงทองคำ 99.5% รวมถึง Gold-D ที่อ้างอิงทองคำ 99.99%

การเปิดตัว MGO ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ TFEX หลังตลาดอนุพันธ์ไทยเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 โดยเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์แรกอย่าง SET50 Index Futures ก่อนขยายสู่สินค้าอนุพันธ์หลากหลายประเภท ทั้งหุ้น ดอกเบี้ย ค่าเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และทองคำ จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์รวมกว่า 18 รายการ

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2568 TFEX มีปริมาณซื้อขายเฉลี่ยกว่า 557,002 สัญญาต่อวัน เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน และติดอันดับ 2 ของอาเซียน อันดับ 18 ของเอเชีย และอันดับ 32 ของโลกในแง่ปริมาณการซื้อขายอนุพันธ์

ขณะที่กลุ่มสินค้า Gold & Silver รวมถึง Currency และ Options ยังเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันสินค้ากลุ่มทองคำมีสัดส่วนประมาณ 11% ของปริมาณซื้อขายทั้งหมดใน TFEX สะท้อนว่าตลาดทองคำล่วงหน้ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกยังมองหาสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก
“TFEX เชื่อมั่นว่า Mini Gold Online Futures จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนทองคำได้ง่ายขึ้น ทั้งเพื่อสร้างโอกาสทำกำไรและใช้บริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ภายใต้ระบบซื้อขายที่โปร่งใสและได้มาตรฐาน” นายตรีวิทย์กล่าว
YLG ชี้ Gen Z แห่ลงทุนทองคำ ดัน “Mini Gold Online Futures” ตอบโจทย์เทรดทองยุคดิจิทัล
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ให้ความสนใจกับการลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับงานวิจัยจากหลายสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น Bank of America ที่พบว่า คนรุ่นใหม่เข้าลงทุนในทองคำในสัดส่วนสูงกว่ากลุ่ม Gen X และ Baby Boomers
โดยปัจจัยสำคัญมาจากการมองหาสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง จับต้องได้ และใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ หลังเผชิญวิกฤตต่อเนื่องตั้งแต่วิกฤติการเงินปี 2008 จนถึงช่วงโควิด-19 รวมถึงภาวะค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ แม้สินทรัพย์ดิจิทัลจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่กลับยิ่งทำให้ทองคำมีบทบาทในฐานะ “สินทรัพย์ที่จับต้องได้” หรือ Tangible Asset มากขึ้นเช่นกัน เพราะสามารถช่วยสร้างสมดุลและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัลยังทำให้การลงทุนทองคำเข้าถึงง่ายขึ้นผ่านรูปแบบ Fractional Ownership หรือการลงทุนแบบแบ่งย่อย เช่น การออมทองผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่เริ่มต้นลงทุนได้เพียง 100 บาท ส่งผลให้นักลงทุนรุ่นใหม่สามารถซื้อขายทองคำได้สะดวก มีสภาพคล่องสูง และไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหน้าร้านทองเหมือนในอดีต
ดังนั้นการให้บริการ “Mini Gold Online Futures” มองว่าเพื่อรองรับพฤติกรรมการลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินไม่สูงมาก แต่ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือเก็งกำไรและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยจุดเด่นสำคัญคือ การย่อขนาดสัญญาให้เล็กลงจากเดิม 10 เท่า เหลือเพียง 1 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 2 บาททองคำ ช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินลงทุน ทำให้ผู้ลงทุนสามารถจัดสัดส่วน Asset Allocation ได้ละเอียดและยืดหยุ่นมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงตลาดทองคำโลกได้ง่ายกว่าเดิม ผ่านผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์การลงทุนยุคดิจิทัลมากขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Reported by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย











