จะไปต่อหรือพอแค่นี้ วันที่ 29 ส.ค. ที่จะถึงนี้ก็จะรู้กัน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของ "แพทองธาร ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี แต่ระหว่างนี้ (13-15 ส.ค.) ก็มีการพิจารณา และอภิปราย ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2569 ซึ่งรัฐบาลหวังจะให้มีการโหวตเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขับเคลื่อนประเทศต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
โดยเฉพาะประเด็นภาษีทรัมป์ที่ประเทศไทยไม่สามารถหลีกหนีผลกระทบไปได้ ซึ่งมีเสียงลือหนาหูเหลือเกินว่า นายกฯ แพทองธาร จะชิงลาออกหลังจากร่างงบประมาณฯ ผ่าน ซึ่งแบบนี้ก็จะทำให้ศาลฯไม่ต้องวินิจฉัย อย่างน้อยก็รอเวลากลับมาเลือกตั้งใหม่เท่านั้น เพราะหากปล่อยเวลาให้ถึงวันที่ศาลวินิจฉัย และมีความผิดจริงจะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และไม่สามารถลงเลือกตั้งได้อีก
ซึ่งนั่นคือเกมการเมืองที่ต้องมาลุ้นกว่ารัฐบาลจะเลือกเดินเกมอย่างไร เพื่อให้อยู่ต่อ และบริหารประเทศจนครบเทอม แพทองธาร ลาออก เพื่อไทยก็ยังให้แคนดิเดทนายกฯ ที่เหลืออยู่รับหน้าที่ต่อ หรืออาจจะเลือกยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แต่นั่นอาจจะการันตีการกลับมาของพรรคเพื่อไทยไม่ได้อีกแล้ว อยู่ที่ว่าพวกเขาจะเลือกเดินหมากอย่างไร หรือจะรอจนถึงวันที่ศาลฯ วินิจฉัย ก็มีความเสี่ยงไม่น้อยเหมือนกัน
เท่านั้นยังไม่พอ นอกจากคดีลูกที่ต้องลุ้นแล้ว คดีของทักษิณ ชินวัตร วันที่ 22 ส.ค. ก็ยังมีให้ลุ้นก่อนหน้า โดยศาลอาญามีนัดฟังคำพิพากษา คดี ม.112 จากนั้นต้นเดือน ก.ย. ตามต่อด้วยคดีชั้น14 เรียกว่ารอลุ้นผลกันรัวๆ
อย่างไรก็ดี ย้อนกลับมามองในฝั่งการลงทุน ตรงกันข้ามดูเหมือนจะไม่ได้สะทกสะท้านหากนายกฯ จะถูกวินิจฉัยว่าผิด เพราะตลาดหุ้น หรือ SET Index พุ่งทะยานยืนเหนือ 1,250 จุดไปแล้ว อีกทั้งมูลค่าการซื้อขายต่อวันกลับมาทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 7 หมื่นล้านบาทได้อีกครั้ง แถมต่างชาติก็ยังกลับมาซื้อสุทธิ จะบอกได้ว่าตลาดฯ น่าจะตอบรับการเปลี่ยนนายกฯใหม่เป็นปัจจัยบวกไปแล้วก็ได้ หรือบางทีหากยุบสภา ล้างไพ่ใหม่ SET Index จะตอบรับดีกว่าเดิม ?? แม้แต่เจพี มอร์แกน ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่งสุดในรอบ 5 ปีด้วยซ้ำ และให้เป้าดัชนีฯ สูงสุดถึง 1,350 จุด
ดังนั้นไม่ว่าหลังจากการพจารณาร่างงบประมาณ นายกฯ จะชิงลาออกหรือไม่ เชื่อว่าตลาดหุ้นก็น่าจะตอบรับในแง่ดีอยู่ ยกเว้นแต่การบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ หากไม่ยุบสภาและบริหารประเทศต่อ แต่ไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และประชาชน ได้ไม่มากพอ สะท้อนจากอุปสงค์ในประเทศที่ยังซบเซา เมื่อนั้นความไม่แน่นอน ความไม่ชัดเจนจะสะท้อนกลับมาที่ SET Index อีกรอบ อย่าลืมนะว่าตลาดหุ้นไม่ชอบความอึมครึม

