ดาวโจนส์ปิดลบ 313 จุด หุ้นชิปฉุด S&P500-จับตาดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน

รูป ดาวโจนส์ปิดลบ 313 จุด หุ้นชิปฉุด S&P500-จับตาดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 6:16: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนลบในวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) จากแรงเทขายหุ้น Intel และหุ้นกลุ่มชิปอื่น ๆ ขณะเดียวกันบรรยากาศการซื้อขายยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,596.97 จุด ลดลง 313.62 จุด (-0.63%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,337.11 จุด ลดลง 28.01 จุด (-0.38%) และดัชนีแนสแดคมาอยู่ที่ 25,806.20 จุด ลดลง 32.75 จุด (-0.13%)

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มชิปและ AI หลังจากทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องและหนุนดัชนี S&P500 และแนสแดคพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจากความต้องการ AI ที่แข็งแกร่งและฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่สดใส ซึ่งมีแนวโน้มที่กำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากที่สุดในรอบกว่าสี่ปี

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวและเจ้าหน้าที่ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงคราม โดยรัฐบาลอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ ซึ่งยังมีบางประเด็น รวมถึงประเด็นนิวเคลียร์ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ไมค์ ดิกสัน หัวหน้าฝ่ายจัดการพอร์ตการลงทุนจาก Horizon Investments นักลงทุนอาจเจอกับวันที่ตลาดเป็นเช่นนี้ติดต่อกัน แต่ไตรมาสนี้มีการฟื้นตัวร้อนแรงมากซึ่งขับเคลื่อนโดยปัจจัยพื้นฐาน

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดพบว่าจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 10,000 ราย มาอยู่ที่ 200,000 ราย

นักลงทุนยังจับตาข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย. ในวันนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าการจ้างงานในเดือนเม.ย. จะเพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่ง หลังจากพุ่งขึ้น 178,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ตามผลสำรวจของรอยเตอร์

บรรดาเทรดเดอร์ยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี เนื่องจากตลาดแรงงานที่ยืดหยุ่นและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง โดยเบธ แฮมแม็ค ประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์ คาดว่าธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมต่อไปอีกนานในขณะที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนที่สูงจากปัจจัยต่าง ๆ

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- หุ้น 9 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง นำโดยกลุ่มวัสดุที่ลดลง 1.83% ตามด้วยกลุ่มพลังงานที่ลดลง 1.78%

- หุ้น Arm Holdings ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ทรุดลง 10.11% เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของบริษัทในการจัดหาทรัพยากรให้เพียงพอต่อการผลิตชิป AI รุ่นใหม่ ซึ่งบดบังการคาดการณ์ผลกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัท

- หุ้น Intel และ Advanced Micro Devices ลดลงประมาณ 3% ลดช่วงบวกจากที่ปรับตัวขึ้นมาในช่วงต้นสัปดาห์

- การร่วงลงของหุ้นกลุ่มชิปยังกดดันดัชนีชิป PHLX ร่วงลง 2.7% ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นสะสมในไตรมาสนี้ลดลงมาอยู่ที่ 47%

- หุ้น Nvidia และ Microsoft ปรับตัวขึ้นเกือบ 2% ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัท AI ยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีท

- หุ้น Datadog พุ่งขึ้นถึง 31% หลังจากบริษัทเฝ้าระวังระบบคลาวด์ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไรทั้งปี ขณะที่บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่าง CrowdStrike ปรับตัวขึ้น 8% และ Palo Alto Networks บวกเพิ่ม 7%

- Whirlpool ร่วงลง 12% หลังจากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเปิดเผยยอดขายไตรมาสแรกต่ำกว่าคาดและประกาศระงับการจ่ายเงินปันผล

- หุ้น Datadog พุ่งขึ้น 31% หลังจากปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี ขณะที่บริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่าง CrowdStrike ปรับตัวขึ้น 8% และ Palo Alto Networks บวกเพิ่ม 7%

- หุ้น Whirlpool ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ร่วง 12% หลังจากเปิดเผยยอดขายไตรมาสแรกต่ำกว่าคาดและประกาศระงับการจ่ายเงินปันผล

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 18,300 ล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ย 17,500 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันทำการ

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 18 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 11 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 132 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 89 ตัว

ที่มา Reuters


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย