| พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ส.ค. 69 เพิ่มขึ้น 2.53% สูงกว่าตลาดคาดที่ 2.43% หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศยังสูงกว่าปีก่อน ประกอบกับราคาอาหารสำเร็จรูปและอาหารสดปรับตัวขึ้น ขณะที่คาดเงินเฟ้อไตรมาส 4 แตะ 2.7% พร้อมคงกรอบเงินเฟ้อปีนี้ที่ 1.5-2.5% ค่ากลาง 2% นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ส.ค. 2569 สูงขึ้น 2.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าตลาดคาดที่ 2.43% เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้าจากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และมีการดำเนินการมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ร่วมกับการใช้ปฏิบัติการทางการทหาร นอกจากนี้ ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับตัวสูงขึ้นของอาหารสด ทั้งไข่ไก่ ไก่สด ผักสดและผลไม้สด ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) สูงขึ้น 1.37% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน ส.ค.อยู่ที่ 1.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ 8 เดือน เงินเฟ้ออยู่ที่ 0.94% ทั้งนี้ เงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือน ก.ค. 2569 สูงขึ้น 1.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 31 จาก 135 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน จาก 8 ประเทศที่ประกาศตัวเลข แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.ย. 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดย ปัจจัยสนับสนุนให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ดังนี้ 1.ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ และมีการปฏิบัติการทางกำลังทหารรอบใหม่ รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม 2.ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง 3.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า 4.ราคาผักสด ผลไม้สด ไข่ไก่สด มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากผลของอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และอุปทานบางส่วนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ด้านปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อปรับลดลง ดังนี้ 1.ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2569 ปรับลดลงเหลือหน่วยละ 3.86 บาท ต่ำกว่ารอบก่อนหน้าที่หน่วยละ 3.95 บาท 2.ราคาสินค้าของใช้ส่วนบุคคลมีแนวโน้มปรับลดลงจากภาวะการแข่งขันสูง และผู้ประกอบการรายใหญ่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ที่ 1.5-2.5% โดยมีค่ากลางที่ 2% ภายใต้สมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่ 1.5-2.5% น้ำมันดิบดูไบทั้งปีที่ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนทั้งปี ที่ 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเพิ่มเติม ประกอบด้วย อาหารจานเดียว อาจปรับสูงขึ้น 3-5% , ค่ากระแสไฟฟ้า 3.93 บาทต่อหน่วย , น้ำมันดีเซล 35-40 บาทต่อลิตร และซูเปอร์เอลนีโญ ยังไม่เกินผลกระทบ “ตอนนี้ความขัดแย้งตะวันออกกลางยังมีอยู่ มองว่าค่าน้ำมันจะทรงตัวหรือสูงกว่านี้ โดยประเมินไตรมาส 3 เงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.37% และ ไตรมาส 4 ที่ 2.7% สำหรับมาตรการไทยช่วยไทย สิ่งที่สำคัญคือส่งผลต่อความเชื่อมั่น ส่วนเงินเฟ้อไม่มากนัก หากจะมีก็ไม่เยอะ เพราะการส่งผ่านต้นทุนเยอะมาระดับหนึ่งแล้ว การที่เงินอัดเข้าไประบบ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาที่สูงขึ้น”นายนันทพงษ์ กล่าว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |