ญี่ปุ่นยันไฟฟ้าพอใช้รับหน้าร้อน หลังอุปทานพลังงานชะงักจากวิกฤตตะวันออกกลาง

รูป ญี่ปุ่นยันไฟฟ้าพอใช้รับหน้าร้อน หลังอุปทานพลังงานชะงักจากวิกฤตตะวันออกกลาง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ค. 69 17:26 น.

ญี่ปุ่นประเมินล่าสุดว่าอุปทานไฟฟ้ายังเพียงพอรองรับความต้องการใช้ในช่วงฤดูร้อนที่ร้อนจัด โดยภาครัฐยังไม่มีแผนขอความร่วมมือให้ครัวเรือนหรือภาคธุรกิจประหยัดไฟในตอนนี้ ขณะที่หลายประเทศในเอเชียเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านพลังงานจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ข่าวนี้จึงสะท้อนทั้งความมั่นคงของระบบไฟฟ้าญี่ปุ่นและความเปราะบางที่ยังคงอยู่ในภูมิภาคเอเชียโดยรวม

ในเชิงภาพรวมของตลาดพลังงาน ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ว่าญี่ปุ่นมีไฟฟ้าพอหรือไม่ แต่ยังสะท้อนว่าความเสี่ยงด้านพลังงานกำลังแบ่งประเทศออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน กลุ่มแรกคือประเทศที่ยังพึ่งพาก๊าซหรือเชื้อเพลิงจากตะวันออกกลางมาก และเสี่ยงต่อไฟฟ้าขาดแคลนหรือราคาพลังงานผันผวน ส่วนอีกกลุ่มคือประเทศที่ปรับโครงสร้างแหล่งพลังงานและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ญี่ปุ่นถูกจัดอยู่ในกลุ่มหลังมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า Qatar และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมกันคิดเป็นราว 6% ของอุปทาน LNG ของญี่ปุ่นในปี 2025 ลดลงจาก 25% ในปีก่อนหน้า การลดสัดส่วนดังกล่าวช่วยให้ญี่ปุ่นมีความเปราะบางต่อช็อกพลังงานจากตะวันออกกลางน้อยลง และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน

ผลต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นญี่ปุ่น

การที่รัฐบาลญี่ปุ่นมั่นใจเรื่องอุปทานไฟฟ้าช่วยลดความกังวลต่อกิจกรรมเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตในประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าสูง อย่างไรก็ดี ความมั่นใจนี้ไม่ได้เกิดจากภาวะปกติธรรมดา แต่เป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกของรัฐและผู้ผลิตไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดเผชิญภาวะขาดแคลนในช่วงที่อุปสงค์พุ่งสูง

รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุญาตให้ใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่ามากขึ้นเพื่อเสริมความมั่นคงด้านอุปทานในเดือนมีนาคม นอกจากนี้ยังจัดประมูลกำลังผลิตไฟฟ้าล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ฤดูร้อน โดย Jera Co. ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นชนะสิทธิ์ให้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าก๊าซที่เคยปิดไปแล้ว มาตรการเหล่านี้สะท้อนว่าความมั่นคงของระบบพลังงานถูกให้ความสำคัญเหนือการปล่อยให้ตลาดเผชิญความเสี่ยงขาดแคลน

บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนในไทย ข่าวนี้ให้บทเรียนสำคัญต่อการจัดพอร์ต โดยเฉพาะในประเทศที่ยังต้องนำเข้าเชื้อเพลิง หากความตึงเครียดด้านพลังงานยืดเยื้อ อาจกระทบต้นทุนไฟฟ้าและต้นทุนนำเข้าพลังงานของภาคธุรกิจเป็นลูกโซ่ ทำให้หุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานและต้นทุนขนส่งเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น

  • หุ้นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคอาจเคลื่อนไหวตามความมั่นคงของอุปทาน
  • หุ้นที่มีต้นทุนขนส่งสูงอาจได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน
  • ธุรกิจที่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้อาจมีความทนทานมากกว่า

ในทางกลับกัน หุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ความมั่นคงด้านไฟฟ้า หรือธุรกิจที่มีอำนาจในการกำหนดราคาอาจถูกมองว่าน่าสนใจกว่าในภาวะเช่นนี้ เพราะสามารถรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ดีกว่า

มุมมองต่อสินทรัพย์ปลอดภัย

ในมุมของสินทรัพย์ทางเลือก ทองคำ มักได้อานิสงส์เมื่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านพลังงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมักมองหาสินทรัพย์หลบภัย อย่างไรก็ดี ข่าวนี้ยังมีด้านที่ผ่อนคลายอยู่บ้าง เพราะญี่ปุ่นซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียยังบริหารอุปทานไฟฟ้าได้ดี จึงไม่ได้เป็นสัญญาณวิกฤตพลังงานทั่วภูมิภาคในทันที

ดังนั้น ภาพรวมของตลาดในเวลานี้จึงยังเป็นการปรับสมดุลพอร์ตมากกว่าการเร่งลดความเสี่ยงทั้งหมด นักลงทุนควรติดตามทั้งทิศทางราคาพลังงาน ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และมาตรการสำรองด้านอุปทานของประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสินทรัพย์ลงทุนได้อย่างรอบด้าน


แท็กที่เกี่ยวข้อง