| การฟื้นตัวของผลประกอบการอยู่ในราคาหุ้นแล้วEvent อัปเดตธุรกิจ, ปรับเพิ่มคำแนะนำและประมาณการกำไรกับราคาเป้าหมายใหม่ Impact เร่งยอดขายที่อยู่อาศัยโดยยอมแลกกับ margin ที่ต่ำลง พรีเซล 1H69 ของ PSH ลดลง 4% YoY อยู่ที่ 5.15 พันลบ. ขณะที่ รายได้จากธุรกิจที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 5.9 หมื่นลบ. ขณะที่ PSH ได้ใช้แคมเปญโปรโมชั่นเชิงรุกเพื่อกระตุ้นรายได้ส่งผลให้ gross margin หดตัว 4ppts เหลือ 26.7% แต่ยังคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยสัดส่วนคชจ. SG&A to sales อยู่ที่ 23% (-6ppts YoY) และต้นทุนการเงินที่ลดลง 35% YoY ช่วยให้กำไรสุทธิ 1H69 ฟื้นตัวถึง 120% อยู่ที่ 197 ล้านบาท รายได้ประจำจากธุรกิจด้านสุขภาพและการก่อสร้าง รายได้จากกิจการโรงพยาบาล 1H69 เพิ่มขึ้น 15% YoY อยู่ที่ 1.15 พันลบ. ด้วย gross margin ที่ 23% (+3ppts YoY) ขณะที่ EBITDA พุ่งขึ้นแรง 47% YoY อยู่ที่ 129 ลบ. สำหรับทั้งปี PSH ตั้งเป้า EBITDA กิจการโรงพยาบาลที่ 370 ลบ. (+59.5% YoY) โดยคาดมีกำไรสุทธิเพียง 20 ลบ. (จากที่ขาดทุนสุทธิปี 2568) ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา รายได้จากการก่อสร้างของ PSH อยู่ที่ 320 ลบ. ด้วย gross margin เป็นเลขหลักเดียว ส่วนปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจนี้ที่ 400-500 ลบ. ด้วย gross margin ราว 15-20% ทั้งนี้ ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ 1H69 คิดเป็น 20% ของรายได้รวมของบริษัทแล้ว ปรับประมาณการกำไรปี 2569F-70F หลังจากกำไร 1H69 ฟื้นตัวโดดเด่น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการยอดขายที่อยู่อาศัยปี 2569F และรายได้กิจการโรงพยาบาลขึ้น 10% และ 5% ตามลำดับ แม้เราจะปรับลดประมาณการ gross margin ธุรกิจที่อยู่อาศัยลง 5ppts ที่ 25% แต่ปรับเพิ่ม gross margin ธุรกิจด้านสุขภาพขึ้นที่ 24% (+2ppts) พร้อมทั้งปรับลดคชจ. SG&A และต้นทุนการเงินลง ส่งผลให้ประมาณการกำไรปกติปี 2569F เพิ่ม 26% อยู่ที่ 335 ลบ. (+36% YoY) ส่วนปีหน้าเราคาดกำไรปกติที่ 461 ลบ. (+38% YoY) บนสมมติฐานรายได้ด้านสุขภาพเติบโต 15% YoY แต่ยอดขายที่อยู่อาศัยอาจลดลง 8% YoY โดยที่เราคาดว่า gross margin ของทั้งธุรกิจที่อยู่อาศัยและกิจการโรงพยาบาลจะเพิ่ม 0.5ppts แต่สัดส่วนคชจ. SG&A to sales อาจทรงตัวที่ 23% Valuation & action การที่เราขยับ valuation ไปเป็นปี 2570F ทำให้ได้ราคาเป้าหมาย SOTP เพิ่มจากเดิม 3.20 บาทขึ้นใหม่ที่ 3.60 บาท มาจากธุรกิจหลัก 1.70 บาท (อิงจาก discounted PE กลุ่มอสังหาฯ ที่ 9x (-0.5 S.D.) และธุรกิจด้านสุขภาพอีก 1.90 (อิงจากค่าเฉลี่ย EV/EBITDA กลุ่มโรงพยาบาลที่ 11x) แม้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายแล้วอัพไซด์ยังต่ำกว่า 10% ดังนั้น เราปรับเพิ่มคำแนะนำ PSH เป็นเพียง “ถือ” จาก “ขาย” ทั้งนี้ ด้วยอัตราส่วน net debt to equity ต่ำเพียง 0.3x และความต้องการใช้งบ CAPEX ที่ยังไม่มาก เราคาดว่า PSH อาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลสูงขึ้นในอนาคตได้ Risks ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ โอกาสการปฏิรูปนโยบายจากภาครัฐ การให้สินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้นท่ามกลางภาวะหนี้สินภาคครัวเรือนสูงยืดเยื้อ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น รวมทั้ง การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรายวัน Vanida Geisler IAA 66.2658.8888 Ext. 8857 vanidag@kgi.co.th |