Treasury Repo กลายเป็นประเด็นที่หนุนการซื้อขายสเปรด SOFR-fed funds ในตลาดอนุพันธ์สหรัฐ หลังมีการถกเถียงว่ากระทรวงการคลังอาจนำเงินสดส่วนเกินไปลงทุนในตลาดซื้อคืนระยะสั้น ประเด็นนี้ทำให้เทรดเดอร์เข้าซื้อสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิง SOFR มากขึ้น พร้อมเก็งว่าความต่างระหว่าง SOFR กับ effective fed funds rate อาจเคลื่อนเข้าใกล้กันมากขึ้น หากสภาพคล่องในตลาดเงินเปลี่ยนไปจากปัจจุบัน
Treasury Repo คืออะไร และทำไมตลาดจึงจับตา
การอภิปรายดังกล่าวเกิดขึ้นในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการกู้ยืมกระทรวงการคลัง หรือ TBAC ซึ่งระบุว่าเป็นการถกเถียงที่มีสุขภาพดีเกี่ยวกับการลงทุนเงินส่วนเกินในตลาดซื้อคืนระยะสั้น แม้คณะที่ปรึกษาจะประเมินว่าประโยชน์จากแผนนี้มีเพียงเล็กน้อย แต่ฝั่งเทรดเดอร์กลับมองว่าหากเงินสดส่วนเกินของรัฐบาลถูกนำไปหมุนในตลาด repo จริง อาจส่งผลต่อสมดุลสภาพคล่องในตลาดเงิน และทำให้การตั้งราคาดอกเบี้ยระยะสั้นเปลี่ยนไป
บัญชีทั่วไปของกระทรวงการคลัง หรือ TGA เป็นบัญชีหลักของรัฐบาลที่ Federal Reserve และโดยปกติถือเงินสดเพียงพอสำหรับการคลายเงินออกหนึ่งสัปดาห์ หากมีการนำเงินสดส่วนเกินไปลงทุนใน repo ก็อาจช่วยเพิ่มสภาพคล่อง กดอัตรา repo และ SOFR ลง และทำให้การซื้อฟิวเจอร์ส SOFR มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้เล่นที่ทำ basis trade
Treasury Repo กระทบ SOFR และสภาพคล่องอย่างไร
ในวันพุธ ปริมาณการซื้อขายในสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิง SOFR เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่เงินไหลเข้าสู่การซื้อ SOFR-fed funds basis หรือสเปรดระหว่างอัตราทั้งสอง โดยมุมมองของตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยทั้งสองตัวจะเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าเทรดเดอร์กำลังประเมินผลของ Treasury Repo ต่อสภาพคล่องตลาดเงินสหรัฐอย่างจริงจัง
ข้อมูลเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ระบุว่า SOFR อยู่ที่ 3.62% และ effective fed funds rate อยู่ที่ 3.64% หรือห่างกัน 2 เบสพอยต์ เท่านั้น สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดจับตาว่าหากกระทรวงการคลังนำเงินสดส่วนเกินไปลงทุนใน repo จริง อัตราทั้งสองอาจยิ่งขยับเข้าใกล้กัน และส่งผลต่อการตั้งราคาฟิวเจอร์สในตลาดอนุพันธ์ต่อไป
BNP Strategists ระบุว่า “มีการเสนอราคาสูงเกินไปสำหรับ SOFR/FF basis” ซึ่งสะท้อนมุมมองว่าตลาดอาจกำลังคาดสเปรดแคบลงมากเกินไปจากปัจจัย Treasury Repo และสภาพคล่องที่อาจดีขึ้นในตลาด money market
TBAC จะเดินหน้าศึกษาเรื่องนี้ต่ออย่างไร
ในจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง TBAC ได้หารือแนวทางต่างๆ เกี่ยวกับจำนวนเงินที่สามารถลงทุนได้ รวมถึงกรอบเวลาที่สั้นกว่าหนึ่งสัปดาห์ และมีมติให้ศึกษากลยุทธ์นี้ต่อไปก่อนจัดทำข้อเสนอแนะ นั่นหมายความว่า Treasury Repo ยังไม่ใช่มาตรการที่เกิดขึ้นทันที แต่ยังเป็นประเด็นที่มีโอกาสกระทบการซื้อขายในตลาดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม
- ติดตามความคืบหน้าจาก TBAC ว่าจะมีข้อเสนอแนะเรื่องการลงทุนเงินสดส่วนเกินหรือไม่
- ติดตามกรอบเวลาหรือขนาดเงินลงทุนที่กระทรวงการคลังสหรัฐอาจพิจารณาใช้
- ติดตามการเคลื่อนไหวของ SOFR, effective fed funds rate และสเปรด SOFR-fed funds หลังข่าวนี้
ผลกระทบต่อผู้ลงทุนและตลาดเงินสหรัฐ
ผลกระทบระยะสั้นจากประเด็น Treasury Repo คือการเก็งสเปรดในตลาดอนุพันธ์มีความคึกคักขึ้น โดยเฉพาะฝั่งที่เล่น basis trade และสัญญา SOFR futures ขณะที่ฝั่งตลาดเงินสหรัฐอาจเห็นแรงคาดหวังว่า repo rate และ SOFR จะถูกกดลงหากมีการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านเงินสดส่วนเกินของกระทรวงการคลัง
ในภาพรวม ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับการตั้งราคาอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น สภาพคล่องของ money market และการบริหาร TGA ของรัฐบาลสหรัฐโดยตรง จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เทรดเดอร์และผู้ลงทุนในตลาดอัตราดอกเบี้ยควรติดตามอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่ควรติดตามต่อไป
แม้ TBAC จะมองว่าประโยชน์ของการนำเงินสดส่วนเกินไปลงทุนใน repo อาจมีจำกัด แต่การถกเถียงครั้งนี้ได้เปลี่ยนเป็นสัญญาณเชิงตลาดที่มีผลต่อการซื้อขายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นแล้ว ดังนั้นความเคลื่อนไหวของ Treasury Repo, SOFR และ spread ระหว่าง SOFR กับ fed funds จึงยังเป็นประเด็นสำคัญในระยะถัดไป
ผู้ลงทุนสามารถติดตามข้อมูลต่อเนื่องได้จาก ภาพรวมอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ, วิเคราะห์ตลาดเงิน และ SOFR futures รวมถึงมองหาสัญญาณจากปฏิทินเศรษฐกิจและแถลงการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐ