เฟดชิคาโกเตือนลดดอกเบี้ยก่อนเวลา เสี่ยงเงินเฟ้อ

รูป เฟดชิคาโกเตือนลดดอกเบี้ยก่อนเวลา เสี่ยงเงินเฟ้อ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 พ.ค. 69 16:44 น.

 

ออสตัน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เตือนว่าเฟดไม่ควรรีบลดดอกเบี้ยเพื่อตอบสนองต่อการเติบโตของผลิตภาพ หากการขยายตัวดังกล่าวถูกคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เพราะอาจกระตุ้นการลงทุนและการใช้จ่ายจนกดดันเงินเฟ้อ และทำให้นโยบายการเงินต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น

  • ประเด็นหลัก: การเติบโตของผลิตภาพอาจช่วยผ่อนคลายนโยบายการเงินได้ หากเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
  • ความเสี่ยง: หากตลาดเริ่มคาดหวังผลิตภาพล่วงหน้า เงินเฟ้ออาจเร่งขึ้น
  • สิ่งที่ต้องจับตา: สัญญาณจากเจ้าหน้าที่เฟดและข้อมูลเศรษฐกิจถัดไป
 

กูลส์บีมองผลิตภาพกระทบดอกเบี้ยอย่างไร

เมื่อวันพุธ ออสตัน กูลส์บี ออกถ้อยแถลงก่อนการอภิปรายที่งาน Milken Institute Global Conference โดยระบุชัดว่า การตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยต้องพิจารณาว่า การเติบโตของผลิตภาพเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิดหรือถูกมองไว้ล่วงหน้า เพราะผลต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยอาจแตกต่างกันอย่างมาก

กูลส์บีกล่าวว่า หากผลิตภาพเติบโตขึ้นแบบไม่คาดคิด เงินเฟ้อมักถูกควบคุมไว้ได้ดีขึ้น และอาจเปิดทางให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ในอนาคต แต่ถ้าการเติบโตนั้นถูกคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว การลงทุนและการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอาจผลักดันแรงกดดันด้านราคาให้สูงขึ้น จนจำเป็นต้องใช้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อป้องกันภาวะเศรษฐกิจร้อนแรง

เขาระบุว่า “ขึ้นอยู่กับว่า ผลิตภาพที่เติบโตเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดหรือมีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า” และเสริมว่า “เราต้องติดตามการคาดการณ์และความคาดหวังเกี่ยวกับการเติบโตของผลิตภาพที่ยังคงจะเกิดขึ้น ยิ่งมีการกล่าวถึงมากเท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยก็จะยิ่งต้องปรับขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดภาวะร้อนแรงในเศรษฐกิจ”

ทำไมประเด็นนี้จึงสำคัญต่อเฟดและตลาด

ประเด็นนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น หลังเจ้าหน้าที่เศรษฐกิจในรัฐบาล Trump มองว่า AI อาจช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตเร็วขึ้นโดยไม่กระตุ้นเงินเฟ้อ ขณะที่ Kevin Warsh ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดย Trump ให้เป็นประธานเฟดคนถัดไป ก็มีท่าทีคล้ายกันในการเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ย

สำหรับนักลงทุน แนวคิดเรื่องผลิตภาพจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความคาดหวังต่อเส้นทางดอกเบี้ยของเฟดและการประเมินเงินเฟ้อในระยะถัดไป หากตลาดเชื่อว่าผลิตภาพจะช่วยชะลอแรงกดดันด้านราคา ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยอาจเพิ่มขึ้น แต่ถ้าตลาดตีความว่าผลิตภาพจะหนุนอุปสงค์และการลงทุนมากเกินไป เฟดอาจต้องระวังมากขึ้น

บทเรียนจากทศวรรษ 1990

กูลส์บียังอ้างอิงประสบการณ์ในทศวรรษ 1990 และการตอบสนองของเฟดภายใต้ Alan Greenspan โดยระบุว่า ในช่วงก่อนที่ข้อมูลจะสะท้อนการเติบโตของผลิตภาพ Greenspan ประเมินได้ถูกต้องว่าปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนกำไรและการจ้างงานโดยไม่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น จึงคงอัตราดอกเบี้ยไว้ค่อนข้างทรงตัว

ต่อมาเมื่อปลายทศวรรษ ผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นเริ่มชัดเจนและนำไปสู่การลงทุนขนาดใหญ่ ทำให้ Greenspan เตือนถึงความเสี่ยงในตลาด และเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก กูลส์บีใช้ตัวอย่างนี้เพื่อชี้ว่า การประเมินผลิตภาพผิดจังหวะอาจทำให้การตั้งนโยบายการเงินคลาดเคลื่อนได้

นักลงทุนควรติดตามอะไรต่อ

สำหรับตลาดการเงิน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเฟดและผู้กำหนดนโยบายจะตีความการเติบโตของผลิตภาพอย่างไรในข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไป หากสัญญาณผลิตภาพถูกมองว่าเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อ ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยอาจถูกเลื่อนออกไป แต่หากมองว่าเป็นปัจจัยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนในระบบ เฟดอาจมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตา ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดในช่วงต่อจากนี้ ความเชื่อมโยงระหว่างผลิตภาพกับเงินเฟ้อในข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ และการตีความของตลาดต่อบทบาทของ AI ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อการอภิปรายที่งาน Milken Institute Global Conference กำลังจะเกิดขึ้น

มุมมองสำหรับผู้ลงทุน

นักลงทุนควรติดตามว่าการเติบโตของผลิตภาพจะถูกตีความในลักษณะใด เพราะประเด็นนี้อาจกำหนดทิศทางความคาดหวังต่อดอกเบี้ยเฟดและเงินเฟ้อในช่วงถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ การเปลี่ยนมุมมองของตลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อสินทรัพย์เสี่ยง อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และความเชื่อมั่นต่อภาพเศรษฐกิจรวมได้


แท็กที่เกี่ยวข้อง