นลท.สายแอคทิวิสต์ลุยเก็บหุ้นรถไฟญี่ปุ่น หวังปลดล็อกมูลค่าแฝงจากอสังหาฯ

รูป นลท.สายแอคทิวิสต์ลุยเก็บหุ้นรถไฟญี่ปุ่น หวังปลดล็อกมูลค่าแฝงจากอสังหาฯ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มิ.ย. 69 16:07 น.

นักลงทุนสายแอคทิวิสต์กำลังหันมาให้ความสนใจหุ้นรถไฟญี่ปุ่นมากขึ้น โดยไม่ได้มองเพียงรายได้จากธุรกิจเดินรถ แต่โฟกัสไปที่มูลค่าแฝงจากที่ดิน อาคารสถานี และอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทถือครองอยู่ ซึ่งยังสามารถนำมาสร้างมูลค่าได้อีกมาก กระแสนี้สะท้อนว่าตลาดเริ่มประเมินบริษัทจากคุณภาพงบดุลและประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ มากกว่าการเติบโตของธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียว

นักลงทุนแอคทิวิสต์เริ่มเข้าถือหุ้นกลุ่มรถไฟมากขึ้น

ข้อมูลการถือครองล่าสุดชี้ว่า Aya Nomura บุตรสาวคนโตของ Yoshiaki Murakami นักลงทุนแอคทิวิสต์ชื่อดัง ถือหุ้นราว 3% ใน Kintetsu Group Holdings, ราว 2% ใน Nagoya Railroad และราว 1% ใน Keihan Holdings ขณะที่ City Index Eleventh ถือราว 8% ของ Keikyu และ 3D Investment Partners ถือราว 7% ของ Seibu Holdings การเข้ามาของผู้ถือหุ้นเหล่านี้สะท้อนแรงกดดันต่อบริษัทจดทะเบียนให้ทบทวนการใช้เงินทุนและการจัดสรรสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่น ประเด็นเรื่อง Real assets เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น เพราะบริษัทจำนวนหนึ่งถือครองสินทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ไม่ได้สร้างผลตอบแทนเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์บริเวณสถานีรถไฟและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งหากมีการพัฒนาอย่างเหมาะสมอาจเพิ่มกำไรและมูลค่ากิจการได้อย่างมีนัยสำคัญ

หุ้นต่ำกว่ามูลค่าบัญชีสะท้อนโอกาสจากสินทรัพย์แฝง

หุ้นรถไฟบางตัวถูกมองว่าซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าบัญชีอย่างชัดเจน โดย Nagoya Railroad มีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี หรือ P/B ratio อยู่ที่ 0.7 เท่า และ Keihan อยู่ที่ 0.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่า 1 เท่าทั้งคู่ ความหมายคือราคาหุ้นในตลาดประเมินมูลค่าบริษัทต่ำกว่าทรัพย์สินสุทธิที่บันทึกไว้ในงบดุล

เมื่อพิจารณารวมกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอสังหาริมทรัพย์ ภาพของมูลค่าที่ซ่อนอยู่จะชัดเจนขึ้น โดย Nagoya Railroad เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2025 มีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าราว 50,000 ล้านเยน และเมื่อปรับรวมรายการนี้แล้ว adjusted P/B ratio จะลดลงมาอยู่ในช่วง 0.6 เท่า ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดอย่างเต็มที่

Seibu เดินหน้าปรับพอร์ตและขายสินทรัพย์ขนาดใหญ่

ในฝั่งของ Seibu Holdings บริษัทเริ่มขยับตามแนวทางนี้ชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปี 2024 โดยหันมาเน้นอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ใช้โมเดลการหมุนเวียนสินทรัพย์ และเดินหน้าปรับโครงสร้างพอร์ตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือการประกาศขาย Tokyo Garden Terrace Kioicho ให้กับ Blackstone ในเดือนธันวาคม 2024 ด้วยมูลค่าราว 400,000 ล้านเยน

หลังจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าว Seibu ได้หันไปโฟกัสโครงการใหม่ในย่าน Takanawa และ Shiba Park ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์ที่ชัดเจนว่า บริษัทต้องการนำเงินทุนไปใช้ในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แทนการถือครองสินทรัพย์เดิมที่อาจสร้างมูลค่าได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

กฎธรรมาภิบาลญี่ปุ่นอาจเพิ่มแรงกดดันให้ใช้สินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกปัจจัยสำคัญที่กำลังหนุนกระแสนี้คือ การปรับปรุงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดในช่วงฤดูร้อน โดยคาดว่าจะเพิ่มหัวข้อเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์จริง พร้อมระบุให้มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่าสินทรัพย์เหล่านี้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการเติบโตหรือไม่

หากแนวทางดังกล่าวถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง บริษัทที่ถือครองสินทรัพย์จำนวนมากอาจต้องเผชิญแรงกดดันให้เปิดเผยแผนการใช้สินทรัพย์อย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งในมุมของการสร้างผลตอบแทน การขายสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็น หรือการนำพื้นที่ที่มีศักยภาพไปพัฒนาเชิงพาณิชย์

ภาพรวมตลาดญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนจากการถือสินทรัพย์นิ่งไปสู่การสร้างมูลค่า

โดยสรุป ความสนใจที่เพิ่มขึ้นใน หุ้นรถไฟญี่ปุ่น ไม่ได้เกิดจากธุรกิจขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากมุมมองใหม่ที่เห็นว่าในงบดุลของบริษัทเหล่านี้ยังมีมูลค่าซ่อนอยู่จำนวนมาก นักลงทุนแอคทิวิสต์จึงเข้ามากดดันให้เกิดการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ ปลดล็อกมูลค่า และยกระดับผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น

แนวโน้มนี้ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดญี่ปุ่นจากการยอมรับสินทรัพย์ที่ถือไว้เฉย ๆ ไปสู่การผลักดันให้สินทรัพย์ทุกชิ้นต้องสร้างมูลค่าได้จริง ซึ่งอาจทำให้หุ้นกลุ่มรถไฟกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนเชิงรุกต่อไปในระยะข้างหน้า


แท็กที่เกี่ยวข้อง