ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 29-30 เม.ย. ขณะที่ความไม่แน่นอนจากสงครามในอิหร่านยังคงกดดันการประเมินนโยบายการเงิน ขณะเงินเฟ้อยูโรโซนล่าสุด เดือนมี.ค. อยู่ที่ 2.5%
แหล่งข่าวระบุว่า ภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้นในปัจจุบันมีส่วนช่วยในการตรึงความคาดหวังด้านเงินเฟ้อไว้ได้ในขณะนี้ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มอาจไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาในตลาดมากนัก นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่จะได้รับก่อนการประชุมช่วงปลายเดือนเมษายน ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่า การสู้รบในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาเกือบ 2 เดือน ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุปทาน และเป้าหมายการดึงเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% มากน้อยเพียงใด ประกอบกับยังมีความหวังจากการเจรจาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งอาจช่วยจำกัดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
บทเรียนจากปี 2011 และ 2022
ในการหารือครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้หยิบยกบทเรียนในอดีต ทั้งความผิดพลาดในปี 2022 ที่ ECB ตอบสนองต่อภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนช้าเกินไป และความผิดพลาดในปี 2011 ที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งท่ามกลางวิกฤตหนี้ยุโรป จนสุดท้ายต้องกลับลำปรับลดดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็ว
เงินเฟ้อพุ่งแตะ 2.5% แต่ทิศทางยังไม่แน่ชัด
สงครามส่งผลให้ราคาพลังงานดีดตัวสูงขึ้นจนดันให้อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซน 21 ประเทศ พุ่งแตะระดับ 2.5% ในเดือนมี.ค. อย่างไรก็ตาม ความยืดเยื้อของภาวะนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของความขัดแย้งเป็นหลัก ในขณะที่รัฐบาลและธนาคารกลางหลายแห่งได้เริ่มปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลงแล้ว ด้านคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวย้ำว่าธนาคารกลางต้องมีความพร้อมขยับนโยบายได้อย่างรอบด้าน แต่ยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในทันที
เสียงเตือนจาก IMF และ Goldman Sachs ยกเลิกคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย
นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนธนาคารกลางต่าง ๆ ให้หลีกเลี่ยงการเพิ่มต้นทุนการกู้ยืม เนื่องจากอาจซ้ำเติมภาคการผลิต เช่นเดียวกับ อิซาเบล ชนาเบล คณะกรรมการบริหาร ECB และ ฟรองซัวส์ วิลเลรอย เดอ กาลโฮ ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส ที่มองว่าการเร่งตัดสินใจในเดือนเม.ย. นั้นยังเร็วเกินไป
ด้าน Goldman Sachs ประกาศยกเลิกคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเม.ย. โดยระบุว่าราคาพลังงานได้ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดภายหลังการหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และการสื่อสารจาก ECB ในระยะหลังแสดงให้เห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเปลี่ยนนโยบายการเงินในระยะสั้นนี้
สิ่งที่ต้องติดตามก่อนการประชุม ECB
- ข้อมูลเศรษฐกิจที่จะออกมาก่อนการประชุมวันที่ 29-30 เมษายน
- ท่าทีของ ECB ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปหรือปรับมุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
- แนวโน้มราคาพลังงานและระยะเวลาที่เงินเฟ้อยูโรโซนจะอยู่ที่ 2.5%
- ผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อการเติบโตและห่วงโซ่อุปทาน