| จำนวนบริษัทที่ถูกถอนชื่อออกจากตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange-TSE) ในปี 2026 มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงแนวโน้มบริษัทจดทะเบียนในตลาดที่เริ่มลดน้อยลง แต่คุณภาพโดยรวมอาจแข็งแกร่งขึ้นจากแรงกดดันของนักลงทุนกลุ่ม Activist รวมไปถึงเกณฑ์การคัดกรองของตลาดที่เข้มงวดขึ้น และกระแสการแปรสภาพเป็นบริษัทเอกชนที่เด่นชัดขึ้น สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ก.ย.) มีบริษัท 128 แห่งที่ถูกถอนชื่อ หรือเตรียมถอนตัวออกจากตลาดหลักทรัพย์ (Delisting) สูงกว่าตลอดทั้งปี 2025 ที่มี 125 บริษัท ขณะเดียวกัน ยังมีอีก 29 แห่งที่ยังอยู่ระหว่างเฝ้าระวัง หากผลประกอบการไม่เป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่ผ่านข้อบังคับ ทั้งนี้ บริษัทบางส่วนยังหันไปจับมือกับกองทุนเพื่อปรับสถานะเป็นบริษัทนอกตลาด ขณะที่บางแห่งไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการคงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนได้ ในจำนวนบริษัทที่เตรียมถอนตัวออกจากตลาดมี 28 แห่ง หรือราวหนึ่งในห้า ที่หันไปพึ่งพากองทุนเพื่อการลงทุน เพื่อลดความซับซ้อนของโครงสร้างผู้ถือหุ้น และเปิดทางให้ฝ่ายบริหารของบริษัทตัดสินใจได้เร็วและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะในการปรับโครงสร้างธุรกิจ ขณะที่หลายกรณีเกิดขึ้น หลังบริษัทเผชิญแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นกลุ่ม Activist บริษัทสตาร์ทอัพบางแห่งเลือกเป็นบริษัทนอกตลาด เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น Mamezo ซึ่งจับมือกับ EQT เพื่อออกจากตลาด ทั้งที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาด TSE Growth เมื่อเดือนมิ.ย. 2024 แม้ผลประกอบการจะแข็งแกร่ง แต่ Mamezo เลือกออกจากตลาดเพื่อให้สามารถลงทุนครั้งใหญ่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยไม่ถูกจำกัดด้วยแรงกดดันจากผลประกอบการระยะสั้น การปรับโครงสร้างตลาดของ TSE เมื่อ 4 ปีก่อนยังเป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้บางบริษัทต้องออกจากตลาด โดยในเดือนเม.ย. 2022 ตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับโครงสร้างจาก 4 กระดาน เหลือ 3 กระดาน พร้อมปรับเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่บริษัทต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ เพื่อคงสถานะการเป็นบริษัทจดทะเบียน หลังสิ้นสุดช่วงเปลี่ยนผ่าน บริษัท 10 แห่งที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกเพิกถอนในวันที่ 1 ต.ค. และคาดว่าจะมีบริษัทอื่น ๆ ตามมาในปี 2027 นักลงทุนที่นำเงินไปลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพสามารถทำกำไรจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ได้ ส่งผลให้บริษัทจำนวนมากเร่งเข้าจดทะเบียนทั้งที่ยังอยู่ในช่วงเติบโต ก่อนที่ธุรกิจจะชะลอตัวลงในเวลาต่อมา TSE จึงพยายามแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการกำหนดให้บริษัทขนาดเล็กต้องถอนตัวออกจากตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นเดือนส.ค. TSE มีบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 3,705 แห่ง (ไม่รวมตลาด Tokyo Pro ซึ่งเปิดเฉพาะนักลงทุนมืออาชีพ)ลดลงจาก 3,782 แห่ง ณ สิ้นปี 2025 และต่ำกว่าจุดสูงสุด ณ สิ้นปี 2023 อยู่ 4% และถือเป็นจำนวนต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี ขณะที่จำนวน IPO ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 22 บริษัท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน ที่มา Nikkei Asia อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |