สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 69 7:52: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 102.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 4.15 ดอลลาร์ หรือ 3.9%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 109.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 4.57 ดอลลาร์ หรือ 4%

ราคาน้ำมันร่วงลง 4% ในวันอังคาร (5 พ.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากมีเรือพาณิชย์ 2 ลำสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ ประกอบกับสหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้ แม้จะมีการปะทะกันเกิดขึ้นก็ตาม โดยราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 6% ในการซื้อขายเมื่อวันก่อน

 

*** ผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเดือนมี.ค. ของสหรัฐฯ ลดลง 56,000 ตำแหน่ง มาอยู่ที่ 6.866 ล้านตำแหน่ง แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 6.835 ล้านตำแหน่ง

อัตราการจ้างงานปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.5% ในเดือนมี.ค. ขณะที่อัตราการเลิกจ้างปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.2% จากระดับ 1.1% ขณะที่อัตราการลาออกด้วยความสมัครใจขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 2%

*** ตลาดหุ้นเอเชียเปิดแดนบวกตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนนี้ หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงและผลประกอบการที่แข็งแกร่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐอเมริกาได้สั่งระงับภารกิจคุ้มกันเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความพยายามทางการทูตเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางกำลังดำเนินไปตามแผน

  • ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 4.50% แตะระดับสูงสุดใหม่ หลังจากตลาดกลับมาเปิดทำการหลังวันหยุด โดยดัชนีดีดขึ้นไปกว่า 70% ในปีนี้ ขณะที่ดัชนี Kosdaq ย่อลง 0.15%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย ปรับตัวสูงขึ้น 0.58%
  • ดัชนี Hang Seng ฟิวเจอร์สของฮ่องกง อยู่ที่ระดับ 25,860 จุด เทียบกับระดับปิดตลาดครั้งก่อนที่ 25,898.61 จุด
  • ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวันหยุดนักขัตฤกษ์

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่าจะระงับปฏิบัติการ "Project Freedom" ซึ่งเป็นภารกิจของกองทัพสหรัฐฯ ในการคุ้มกันเรือพาณิชย์ออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากเริ่มปฏิบัติการ

ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บน Truth Social ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากความคืบหน้าครั้งสำคัญที่จะนำไปสู่ข้อตกลงที่สมบูรณ์และเป็นข้อยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน โดย Project Freedom จะถูกระงับไว้เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อดูว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสามารถบรรลุข้อสรุปและลงนามร่วมกันได้หรือไม่

*** พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าอิหร่านอาจโลมาเป็นอาวุธในช่องแคบฮอร์มุซ หลังถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้ "โลมาคามิกาเซ่" ในสงครามกับอิหร่าน

การแสดงความเห็นของเฮกเซธเป็นการตอบโต้รายงานข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ดังกล่าว โดยหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า อาจใช้โลมาบรรทุกทุ่นระเบิด เพื่อโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าอิหร่านมีขีดความสามารถดังกล่าวจริงหรือไม่

*** สหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการใช้กำลังต่ออิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยเตรียมเปลี่ยนมามุ่งเน้นการคุ้มครองการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม การที่เรือสินค้ายังคงตกเป็นเป้าโจมตีอีกครั้งหลังจากมีการปะทะกันมาตลอดทั้งวัน เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความขัดแย้งดังกล่าวยังคงยืดเยื้อ

"ปฏิบัติการ Epic Fury ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว" มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร ซึ่งนับเป็นเวลา 66 วันหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่าน "เราบรรลุวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการดังกล่าวแล้ว"

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า มีแผนที่จะหารือเรื่องสงครามอิหร่านกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในระหว่างการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พ.ค. พร้อมทั้งพยายามลดกระแสความตึงเครียดที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งดังกล่าว

*** อัตราเงินเฟ้อเกาหลีใต้ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศรุนแรงมากขึ้น โดยระดับการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2024

กระทรวงข้อมูลและสถิติแถลงเมื่อวันพุธว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เร่งตัวขึ้นจากระดับ 2.2% ในเดือนมี.ค. โดยตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดยบลูมเบิร์กที่ระดับ 2.6%

ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 2.2% ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาในระดับฐานรากยังคงอยู่ในขอบเขตที่จำกัด แม้ว่าจะต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอกก็ตาม

 

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเปิดทำเนียบขาวต้อนรับการเยือนของประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิลในวันพฤหัสบดีนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยการเยือนครั้งผู้นำทั้งสองจะหารือประเด็นด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงที่มีความสำคัญร่วมกัน

ช่วงที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองผู้นำไม่สู้ดีนักจากการเผชิญหน้าในประเด็นด้านการค้า นโยบายต่างประเทศ รวมถึงความขัดแย้งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู แห่งบราซิล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ โดยโบลโซนารูถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาวางแผนรัฐประหารภายหลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับลูลาในปี 2022

 

*** รถบรรทุกไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในจีน โดยยอดขายพุ่งขึ้นถึงสามเท่าในปี 2025 ขณะที่ยอดขายในเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้นเท่าตัว แตะที่กว่า 24,000 คัน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของรถบรรทุกไฟฟ้าขยับขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงสำหรับรถบรรทุกขนส่งสินค้าแบบดั้งเดิมในจีนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่าน

มีการคาดการณ์ว่ายอดขายรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในจีนจะมีสัดส่วนสูงถึง 63% ของยอดขายทั้งหมดภายในปี 2035 ขณะที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าที่จะสร้างระเบียงการขนส่งสินค้าที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์เป็นระยะทาง 10,000 กิโลเมตรภายในปี 2030

*** เทรดเดอร์ในตลาดพันธบัตรคาดการณ์ว่า การดำเนินนโยบายทางการเงินครั้งต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แทนที่จะเป็นการปรับลด

ตลาดสวอป (Swaps) ที่อิงกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้จนถึงเดือนเม.ย. ปีหน้า ก่อนที่จะเริ่มปรับลดในภายหลัง

การเปลี่ยนทิศทางของตลาดในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางมุมมองของผู้กำหนดนโยบายที่มีความเห็นต่างกันมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ เควิน วอร์ช จะเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กดดันให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง

*** Moody's Ratings ระบุว่า ประเทศไทย เป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจได้ดีที่สุด

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระบุในรายงานว่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และเม็กซิโก ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างสม่ำเสมอในช่วงที่ตลาดเผชิญกับสภาวะตึงเครียด โดยประเทศเหล่านี้มีความยืดหยุ่นที่ยั่งยืนในดัชนีชี้วัดต่าง ๆ ของตลาด โดยสามารถรับแรงกระแทกผ่านการปรับตัวด้านราคา โดยที่ไม่ประสบปัญหาข้อจำกัดด้านเงินทุน


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย