| ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้นสู่ระดับ 124 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เข้าสู่สงคราม หลังสำนักข่าว Axios รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมรับฟังการบรรยายสรุปแผนทางเลือกเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การยกระดับความรุนแรงครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) อยู่ที่ระดับ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รายงานจากสำนักข่าว Axios เผยว่า พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) จะเข้าพบผู้นำสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นสัญญาณว่า อาจมีการพิจารณากลับมาสู้รบรอบใหม่ กองทัพสหรัฐฯ ได้ร้องขอให้มีการส่งขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งจะถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ นำอาวุธประเภทนี้ไปประจำการในภูมิภาค โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่า จะไม่ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับรัฐบาลเตหะราน ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังหาทางริบทรัพย์เรือบรรทุกน้ำมันสองลำที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่านซึ่งกองทัพเรือยึดไว้ โรเบิร์ต เรนนี หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ที่ Westpac Banking Corp. ให้ความเห็นว่า ทรัมป์ได้ทำลายความหวังซึ่งตลาดเชื่อว่าสงครามใกล้จะยุติลงแล้ว ตอนนี้นักลงทุนต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่โหดร้ายขึ้น นั่นคือทั้งสองฝ่ายต่างคิดว่าตนเองกำลังเป็นฝ่ายชนะ และไม่มีใครมีแรงจูงใจที่ชัดเจนในการเจรจา ส่งผลให้ราคาพลังงานเร่งตัวขึ้น ทั้งนี้ การซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ค่อนข้างบางเบา โดยสัญญางวดดังกล่าวกำลังจะหมดอายุลงในวันนี้ ขณะที่งวดส่งมอบเดือนก.ค. มีการซื้อขายคึกคักกว่า โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2022 เมื่อวันพุธ ที่มา Bloomberg |