ยอดสั่งซื้อสินค้าทุนด้านกลาโหมของสหรัฐในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ สะท้อนดีมานด์จากสงครามกับอิหร่านที่กำลังหนุนอุตสาหกรรมอาวุธอย่างชัดเจน โดยตัวเลขดังกล่าวยังไม่ปรับด้วยเงินเฟ้อ และเกิดขึ้นในช่วงที่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐบางส่วนเริ่มอ่อนแรงจากดอกเบี้ยที่สูง เงินเฟ้อที่ยังตึง และการจ้างงานที่ไม่สม่ำเสมอ
คำสั่งซื้อกลาโหมเร่งตัวต่อเนื่อง
ข้อมูลระบุว่ายอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 7% สู่ 22.2 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนล่าสุด หลังจากเพิ่มขึ้น 26% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สัดส่วนคำสั่งซื้อกลาโหมต่อคำสั่งซื้อสินค้าทุนทั้งหมดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15% โดย Bloomberg ระบุว่าระดับดังกล่าวใกล้เคียงจุดสูงสุดในรอบสามทศวรรษ ยกเว้นช่วงหลังวิกฤตการเงินโลก, ปี 2019 และช่วงต้นโควิดที่คำสั่งซื้อรวมชะลอตัวลง
แรงหนุนจากสงครามและการเติมคลังอาวุธ
ในมุมตลาดโลก ข้อมูลนี้ทำให้ธีมการใช้จ่ายด้านกลาโหมโดดเด่นขึ้นต่อเนื่อง เพราะสหรัฐฯ จำเป็นต้องเติมกระสุนและยุทโธปกรณ์ที่ถูกใช้ไปในสงครามกับอิหร่าน Thomas Simons หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ Jefferies มองว่าออเดอร์อุปกรณ์กลาโหมน่าจะยังแข็งแรงต่อเนื่อง เนื่องจากกองทัพสหรัฐต้องเติมคลังอาวุธที่ถูกใช้ไป และอาจเพิ่มการขายอุปกรณ์ให้พันธมิตร NATO รวมถึงประเทศอื่น ๆ ด้วย
ผลต่อหุ้นและพอร์ตการลงทุน
สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนว่ากลุ่มหุ้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและผู้ผลิตยุทโธปกรณ์อาจได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ที่เห็นชัดและต่อเนื่องมากกว่ากลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจอื่น ๆ ขณะเดียวกันยังบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้พึ่งพาแรงขับจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง data center และภาคกลาโหมมากขึ้น ในขณะที่การใช้จ่ายผู้บริโภคและตลาดบ้านเริ่มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูง
เงินทุนอาจไหลสู่สินทรัพย์ที่ได้อานิสงส์จากความตึงเครียด
ในเชิงโฟลว์ของเงินทุน หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังยืดเยื้อ เงินอาจไหลเข้าหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ ผู้รับเหมารายใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐ และสินทรัพย์ที่ได้อานิสงส์จากงบประมาณด้านความมั่นคงมากกว่าสินทรัพย์เชิงรับความเสี่ยงอื่น ๆ แต่หากตลาดมองว่าสงครามยืดเยื้อจะซ้ำเติมเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ย เงินส่วนหนึ่งอาจยังคงไหลไปยังสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง เช่น พันธบัตร และ ทองคำ ควบคู่กัน
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม
- ยอดคำสั่งซื้อสินค้าทุนด้านกลาโหมสหรัฐแตะระดับสูงเป็นอันดับสองเป็นประวัติการณ์
- สัดส่วนคำสั่งซื้อกลาโหมต่อคำสั่งซื้อสินค้าทุนทั้งหมดอยู่ที่ 15%
- ธีมการใช้จ่ายด้านกลาโหมยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อเงินทุนไหลเข้าออกระหว่างหุ้นกลาโหม พันธบัตร และทองคำ
โดยสรุป ตัวเลขคำสั่งซื้อกลาโหมที่เร่งตัวขึ้นตอกย้ำว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมอาวุธและงบประมาณด้านความมั่นคงของสหรัฐในระยะนี้