สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 28 เมษายน 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 28 เมษายน 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 เม.ย. 69 7:32: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 96.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.97 ดอลลาร์ หรือ 2.1%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 108.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.90 ดอลลาร์ หรือ 2.8%

ราคาน้ำมันทะยานขึ้นราว 3% แตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์เมื่อวันจันทร์ (27 เม.ย.) ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหยุดชะงัก และการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัด ส่งผลให้ภาวะอุปทานน้ำมันโลกยังคงตึงตัว โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หารือร่วมกับคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับข้อเสนอใหม่ของอิหร่านในการยุติความขัดแย้งกับเตหะราน ท่ามกลางภาวะสงครามที่ยังคงหาทางออกไม่ได้

ด้านนักวิเคราะห์ บ็อบ ยอว์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าของ Mizuho ระบุว่า ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งสูงกว่า WTI เกิน 10 ดอลลาร์นั้น จะดึงดูดให้ลูกค้าหันมาซื้อน้ำมันของสหรัฐฯ ในบริเวณอ่าวเม็กซิโก และอาจส่งผลให้ยอดการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

*** ราคาทองคำในตลาดโลกขยับเพียงเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินความพยายามของสหรัฐฯ และอิหร่านในการเจรจาหาทางออกเพื่อยุติสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานและเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ โดยแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของอิหร่าน

ราคาทองคำสปอต ปรับตัวขึ้น 0.1% แตะที่ 4,687.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 06.56 น. ประเทศสิงคโปร์ ขณะที่ราคาโลหะเงินพุ่งขึ้น 0.5% แตะที่ 75.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านราคาแพลทินัมและแพลเลเดียมปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน สำหรับดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นมาตรวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทรงตัวหลังจากขยับลง 0.1% เมื่อวันจันทร์

*** ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผันผวนเช้านี้ ขณะที่นักลงทุนกำลังประเมินความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมความมั่นคงแห่งชาติได้หารือกันเมื่อวันจันทร์เกี่ยวกับข้อเสนอของอิหร่านในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีเงื่อนไขว่าสหรัฐฯ ต้องยกเลิกมาตรการปิดล้อมและยุติความขัดแย้ง

  • ดัชนี Nikkei 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปรับตัวลดลง 0.49% หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์วานนี้ ขณะที่ดัชนี Topix ปรับขึ้น 0.23%
  • ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ขยับขึ้น 0.1% ส่วนดัชนี Kosdaq ย่อลง 0.92%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย ปรับตัวลดลง 0.58%
  • ดัชนี Hang Seng ฟิวเจอร์ส ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,875 จุด ต่ำกว่าระดับวานนี้ ซึ่งอยู่ที่ 25,925.65 จุด

*** จีนตัดสินใจสั่งระงับดีล Meta Platforms ในการเข้าซื้อกิจการ Manus สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ Agentic AI มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งที่ผ่านมา ดีลนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักท่ามกลางความกังวลว่า อาจทำให้เทคโนโลยีของประเทศรั่วไหลไปยังสหรัฐฯ

*** ทำเนียบขาวกำลังดำเนินการทบทวนระเบียบปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยสำหรับการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดี ภายหลังเหตุบุกยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว โดยเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงมาตรการเพื่อคุ้มครองประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าทรัมป์จะยอมพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางในการลดระดับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน 2 เดือนหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาเคยระบุว่าการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อข้อตกลง เสร็จสมบูรณ์ 100% เท่านั้น

*** ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังถูกผู้นำอิหร่านหยามเกียรติ ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม

เมิร์ซระบุว่า คณะผู้เจรจาของอิหร่านกำลังดำเนินการอย่างมีชั้นเชิงอย่างยิ่ง หรืออันที่จริงคือใช้ชั้นเชิงอย่างมากที่จะไม่เจรจา และคนทั้งประเทศกำลังถูกหยามเกียรติโดยคณะผู้นำอิหร่าน

 

*** สำนักข่าว CNBC รายงานว่า อิหร่านยื่นข้อเสนอที่จะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ยอมยกเลิกมาตรการปิดล้อมและยุติสงคราม โดยเสนอให้แยกประเด็นการเจรจานิวเคลียร์ออกไปหารือในภายหลัง ด้านทำเนียบขาวยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมความมั่นคงแห่งชาติได้ร่วมกันหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของอิหร่านในครั้งนี้แล้ว

 

*** อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวโทษสหรัฐฯ ว่าเป็นต้นเหตุของความล้มเหลวในการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง ระหว่างการเดินทางเยือนรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ให้คำมั่นที่จะสนับสนุนอิหร่านในการยุติสงครามครั้งนี้

รมว.ต่างประเทศอิหร่าน อยู่ระหว่างการเยือนเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นจุดหมายที่สี่ของการเดินสายต่างประเทศรอบนี้ โดยเพิ่งเดินทางไปโอมาน หลังจากเยือนปากีสถานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

*** เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ชื่อ Tifani และ Phonix (หรือที่รู้จักในชื่อ Majestic X) ที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน ซึ่งถูกกองกำลังสหรัฐฯ เข้าสกัดบริเวณใกล้กับประเทศศรีลังกา ตัดสินใจกลับลำกลางมหาสมุทรอินเดีย จากเดิมที่มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก

เรือดังกล่าวถูกสหรัฐฯ เข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 21 และ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐฯ ยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแผนการดำเนินการต่อเรือหรือสินค้าที่บรรทุกมา แม้ว่าเรือทั้งสองลำจะเปลี่ยนเส้นทางและมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกในช่วงดึกของวันจันทร์ แต่ระบบสัญญาณของเรือยังคงระบุจุดหมายปลายทางเป็นประเทศในเอเชียตามเดิม เช่นเดียวกับในช่วงก่อนที่จะถูกสกัด

 

*** สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรส (CBO) เผยว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ อาจส่งผลให้งบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้นอีก 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปี แม้จะยังไม่สามารถคำนวณตัวเลขที่แน่นอนได้ก็ตาม

ฟิลลิป สวาเกิล ผู้อำนวยการ CBO ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television ว่า คำตัดสินของศาลฎีกาที่ยับยั้งอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมาย IEEPA นั้น ส่งผลให้งบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ในรอบทศวรรษ ขณะที่มาตรการทางการค้าอื่น ๆ ที่ทรัมป์นำมาใช้เพื่อทดแทนรายได้ส่วนที่หายไปจนถึงขณะนี้ สามารถชดเชยได้เพียง 800,000 ล้าน – 900,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรายได้จากภาษีที่หายไปตามคำวินิจฉัยของศาล

 

*** เรย์ ดาลิโอ มหาเศรษฐีนักลงทุน ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates เตือนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้เข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอตัว (Stagflation) แล้ว และระบุว่า หาก เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเป็นความผิดพลาด



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย