Ruchir Sharma ชี้สัญญาณคล้ายดอทคอม เตือนตลาดหุ้นสหรัฐเสี่ยงประเมินกำไรเกินจริง

รูป Ruchir Sharma ชี้สัญญาณคล้ายดอทคอม เตือนตลาดหุ้นสหรัฐเสี่ยงประเมินกำไรเกินจริง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 มิ.ย. 69 17:08 น.

หุ้นสหรัฐยังไม่ใช่เครื่องทำกำไรที่แข็งแกร่งกว่าช่วงดอทคอมมากนัก เมื่อมองผ่านมุมเงินไหลและบอนด์ยีลด์

บทความของ Ruchir Sharma ตั้งข้อสังเกตว่าตลาดหุ้นสหรัฐในปัจจุบันอาจไม่ได้แข็งแกร่งกว่าช่วงดอทคอมอย่างที่หลายฝ่ายเชื่อ แม้กำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐและหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่างกลุ่ม Mag 7 จะถูกมองว่าโดดเด่น แต่กำไรจำนวนไม่น้อยยังได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและการขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้น มากกว่าจะมาจากความแข็งแกร่งของภาคเอกชนล้วน ๆ

ประเด็นสำคัญของบทความคือการมองกำไรบริษัทผ่านกรอบคิด Kalecki-Levy Equation ซึ่งสะท้อนว่ากำไรภาคเอกชนบางส่วนสัมพันธ์กับการขาดดุลของรัฐบาล หากรัฐใช้จ่ายมากขึ้น เงินจำนวนดังกล่าวสามารถไหลเข้าสู่เศรษฐกิจและสนับสนุนรายได้ของภาคธุรกิจได้ในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งนี้ทำให้ภาพกำไรของตลาดหุ้นอาจดูแข็งแรงเกินจริงเมื่อเทียบกับความสามารถในการสร้างกำไรด้วยตัวเองของบริษัทต่าง ๆ

Sharma ยังเตือนว่า หาก บอนด์ยีลด์สหรัฐ ปรับขึ้นแรงจากการเทขายพันธบัตรรัฐบาล แรงหนุนต่อกำไรและมูลค่าหุ้นสหรัฐอาจอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้นทุนเงินทุนจะสูงขึ้น และ valuation ของหุ้นเติบโต โดยเฉพาะหุ้นที่มีมูลค่าพึ่งพากระแสเงินสดในอนาคต จะถูกกดดันมากกว่าหุ้นกลุ่มอื่น การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดตราสารหนี้ แต่ยังสะท้อนความเสี่ยงต่อหุ้นสหรัฐทั้งระบบ

เปรียบเทียบยุคปัจจุบันกับช่วงดอทคอม

ผู้เขียนเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับช่วงปี 1995-1999 โดยระบุว่าภาพกำไรบริษัทโดยรวมไม่ได้แตกต่างอย่างสุดขั้วจากช่วงดอทคอมอย่างที่นักลงทุนบางส่วนมอง ในยุคนั้นตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังต่อเทคโนโลยีและการเติบโตในอนาคต ขณะที่ปัจจุบันตลาดก็มีลักษณะคล้ายกันตรงที่ราคาหุ้นของผู้นำไม่กี่รายมีอิทธิพลสูงต่อดัชนีภาพรวม

Sharma เตือนว่าการกระจุกตัวในหุ้นผู้นำอาจสร้างความเสี่ยงคล้ายฟองสบู่ในอดีต หากความคาดหวังต่อการเติบโตสูงเกินไปและไม่สอดคล้องกับพื้นฐานกำไรที่แท้จริง เมื่อใดที่ตลาดเริ่มประเมินใหม่ว่ากำไรไม่แข็งแรงเท่าที่คาด หรืออัตราดอกเบี้ยและบอนด์ยีลด์กลับเป็นขาขึ้น มูลค่าหุ้นกลุ่มนำอาจถูกปรับลดอย่างรวดเร็ว

ตลาดสาธารณะอาจดูแข็งแรงเกินจริง

อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจคือบทความชี้ว่าตลาดสาธารณะในสหรัฐอาจดูแข็งแรงเกินจริง เพราะบริษัทจำนวนมากเลือกย้ายไปอยู่ในตลาดเอกชนมากขึ้น และได้รับเงินทุนจาก private equity กับ venture capital แทนการระดมทุนในตลาดหุ้นที่จดทะเบียนแล้ว ส่งผลให้ความเสี่ยงและธุรกิจที่ยังไม่สร้างกำไรอย่างแท้จริงบางส่วนถูกซ่อนจากสายตาของนักลงทุนสาธารณะ

เมื่อบริษัทเหล่านี้ไม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากตลาดรายวันมากเท่าบริษัทจดทะเบียน ข้อมูลที่สะท้อนต่อผู้ลงทุนในตลาดสาธารณะอาจไม่ครบถ้วนเหมือนในอดีต ภาพรวมของเศรษฐกิจจึงอาจดูดีขึ้นกว่าความเป็นจริงในบางมิติ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐที่จดทะเบียนแล้วก็อาจได้รับอานิสงส์จากการคัดเลือกบริษัทคุณภาพสูงออกมาคงเหลืออยู่ในตลาด ทำให้ดัชนีดูแข็งแรง แต่ไม่ได้แปลว่าฐานกำไรของทั้งระบบจะมั่นคงอย่างแท้จริง

ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตา

  • การขาดดุลงบประมาณสหรัฐ ที่อาจเป็นแรงหนุนต่อกำไรภาคเอกชนในระยะสั้น

  • ทิศทางบอนด์ยีลด์ ซึ่งมีผลต่อค่าเงินทุนและการประเมินมูลค่าหุ้น

  • ความกระจุกตัวของตลาด ในหุ้นกลุ่มผู้นำไม่กี่ตัว

  • บทบาทของตลาดเอกชน ที่อาจทำให้ภาพความแข็งแกร่งของตลาดสาธารณะดูมากกว่าความเป็นจริง

โดยสรุป บทความนี้ไม่ได้ปฏิเสธว่าหุ้นสหรัฐยังมีศักยภาพ แต่กำลังชี้ให้เห็นว่าความแข็งแกร่งดังกล่าวอาจมีฐานรองรับจากเงินไหลและนโยบายการคลังมากพอ ๆ กับกำไรเอกชนที่แท้จริง สำหรับนักลงทุน การติดตาม บอนด์ยีลด์ ดัชนีความกระจุกตัวของตลาด และความสามารถทำกำไรของบริษัทแต่ละกลุ่มจึงมีความสำคัญไม่แพ้การมองเพียงตัวเลขกำไรในงบการเงิน


แท็กที่เกี่ยวข้อง