วันนี้ 13:10 น.บล.ทิสโก้ : BCH แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 12.80 บาทTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ • BCH : ปรับเพิ่มมูลค่าที่เหมาะสมเป็น 12.80 บาท จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและเงินปันผลพิเศษ การปรับเพิ่มประมาณการกำไรสะท้อนความแข็งแกร่งใน 1H26, M&A และแนวโน้มเงินปันผลเราปรับประมาณการกำไรปี 2026-2028 เพื่อสะท้อนผลประกอบการจริงใน 1H26 แนวโน้ม 2H26 ที่ปรับตัวดีขึ้น และการรวมผลจากการเข้าซื้อกิจการล่าสุดของโรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานีเข้าในประมาณการของเรา แม้ปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอยังคงส่งผลต่อจำนวนผู้ป่วยใน โดยเฉพาะกรณีโรคทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน แต่เราคาดว่ารายได้ค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นจากสัดส่วนผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น จะสามารถชดเชยผลกระทบจากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงได้ การเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2027-2028 มีแนวโน้มอยู่ในระดับจำกัดที่ประมาณ 3% ต่อปี เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากรอบการขยายโรงพยาบาลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะเพิ่มจำนวนเตียงรวมของทุกโครงการราว 35% อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลพิเศษจะช่วยเพิ่ม ROE ของ BCH เป็น 9.4% ในปี 2026F (จากประมาณการเดิมของเราที่ 8.8%) และฟื้นตัวต่อเนื่องเป็น 9.8-9.9% ในปี 2027-2028F ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนการขยายโรงพยาบาลที่ 10.1% เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BCH และปรับมูลค่าที่เหมาะสมไปเป็นสิ้นปี 2027 โดยมูลค่าที่เหมาะสมใหม่อยู่ที่ 12.80 บาท (จาก 10.90 บาท) ปัจจัยบวกสำคัญ ได้แก่ ความเป็นไปได้ที่อัตราการเบิกจ่ายของ SSO จะได้รับการปรับเพิ่มเร็วที่สุดในเดือน พ.ย. 2026 รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดกัมพูชาและคูเวต ปรับเพิ่มกำไรสุทธิ 4.6-5.3% ; อัตรากำไรปี 2026 ลดลงก่อนฟื้นตัวเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026-2028 ขึ้น 4.6%, 4.7% และ 5.3% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลประกอบการ 1H26 การควบรวมกิจการ (M&A) และกำหนดการขยายโรงพยาบาลในปัจจุบัน เราคาดว่ารายได้รวมปี 2026 จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ขณะที่อัตรากำไรจะลดลงจาก 23.9% ในปี 2025 เหลือ 22.7% ในปี 2026 จากการไม่มีผู้ป่วยชาวกัมพูชาและจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) ที่ลดลง ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดและกลุ่มประกัน สำหรับรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ การขยายตลาดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ควรสามารถชดเชยการหายไปของผู้ป่วยชาวกัมพูชาได้ภายในปี 2026 และโมเมนตัมดังกล่าวมีแนวโน้มดำเนินต่อเนื่องถึงปี 2027 การเติบโตของกำไรสุทธิที่ 2.6%-3.0% ในปี 2027-2028 จะได้รับแรงขับเคลื่อนจากรายได้ของ 3 โครงการใหม่ ได้แก่ อุบลราชธานี ระยอง และสุวรรณภูมิ รวมถึงการเติบโตของเครือข่ายโรงพยาบาลเดิมที่ 7.5% และ 6.7% ตามลำดับ ปรับเพิ่มเงินปันผลปี 2026 หลังประกาศเงินปันผลพิเศษBCH ประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้เงินปันผลระหว่างกาลรวมอยู่ที่ 0.35 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ที่ 142% สำหรับผลการดำเนินงาน 1H26 เนื่องจากโครงการลงทุนในปี 2027-2028 จะใช้ทั้งเงินกู้และเงินสดในมือในสัดส่วนประมาณ 50:50 ฐานะเงินสดของบริษัทจึงน่าจะยังเพียงพอสำหรับการรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลที่ 0.30 บาทต่อหุ้นในช่วง 2H26 ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการเงินปันผลต่อหุ้นทั้งปีจาก 0.40 บาทต่อหุ้น เป็น 0.65 บาทต่อหุ้น ขณะที่ยังคงคาดการณ์อัตราการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2027-2028 ไว้ที่ 85% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2025 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ; มูลค่าที่เหมาะสมใหม่ 12.80 บาท โดย Upside อยู่ที่การปรับเพิ่มอัตรา SSOเราประเมินมูลค่า BCH โดยใช้ EV/EBITDA ล่วงหน้าที่ 11.2 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปีอยู่ 0.5SD) และปรับฐานการประเมินไปเป็นสิ้นปี 2027 ส่งผลให้ได้มูลค่าที่เหมาะสมใหม่ที่ 12.80 บาท (จาก 10.90 บาท) ปัจจัยบวกสำคัญ ได้แก่ การปรับเพิ่มอัตรา SSO การฟื้นตัวของผู้ป่วยจากกัมพูชาและคูเวต รวมถึงการขยายตัวของผู้ป่วยต่างชาติจากตลาดใหม่ การวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) ชี้ว่า การเพิ่มขึ้น 1% ของอัตราเหมาจ่ายพื้นฐาน จะเพิ่ม Upside ต่อกำไรปี 2027 ได้ประมาณ 1.2% โดยคณะกรรมการอาจมีมติได้เร็วที่สุดในเดือน ต.ค. 2026 และอัตราใหม่อาจมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2026 closeลงชื่อเข้าใช้งานหรือ สมัครใช้งานฟรี เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ efinAI และ สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นcloseกรุณาอัปเกรดแพ็กเกจเพื่ออ่านข่าวย้อนหลังและใช้งานฟีเจอร์เต็มรูปแบบหุ้นที่เกี่ยวข้องkeyboard_arrow_downBCH0.00 (0.00%)star
• BCH : ปรับเพิ่มมูลค่าที่เหมาะสมเป็น 12.80 บาท จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและเงินปันผลพิเศษ การปรับเพิ่มประมาณการกำไรสะท้อนความแข็งแกร่งใน 1H26, M&A และแนวโน้มเงินปันผลเราปรับประมาณการกำไรปี 2026-2028 เพื่อสะท้อนผลประกอบการจริงใน 1H26 แนวโน้ม 2H26 ที่ปรับตัวดีขึ้น และการรวมผลจากการเข้าซื้อกิจการล่าสุดของโรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานีเข้าในประมาณการของเรา แม้ปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอยังคงส่งผลต่อจำนวนผู้ป่วยใน โดยเฉพาะกรณีโรคทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน แต่เราคาดว่ารายได้ค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นจากสัดส่วนผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น จะสามารถชดเชยผลกระทบจากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงได้ การเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2027-2028 มีแนวโน้มอยู่ในระดับจำกัดที่ประมาณ 3% ต่อปี เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากรอบการขยายโรงพยาบาลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะเพิ่มจำนวนเตียงรวมของทุกโครงการราว 35% อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลพิเศษจะช่วยเพิ่ม ROE ของ BCH เป็น 9.4% ในปี 2026F (จากประมาณการเดิมของเราที่ 8.8%) และฟื้นตัวต่อเนื่องเป็น 9.8-9.9% ในปี 2027-2028F ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนการขยายโรงพยาบาลที่ 10.1% เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BCH และปรับมูลค่าที่เหมาะสมไปเป็นสิ้นปี 2027 โดยมูลค่าที่เหมาะสมใหม่อยู่ที่ 12.80 บาท (จาก 10.90 บาท) ปัจจัยบวกสำคัญ ได้แก่ ความเป็นไปได้ที่อัตราการเบิกจ่ายของ SSO จะได้รับการปรับเพิ่มเร็วที่สุดในเดือน พ.ย. 2026 รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดกัมพูชาและคูเวต ปรับเพิ่มกำไรสุทธิ 4.6-5.3% ; อัตรากำไรปี 2026 ลดลงก่อนฟื้นตัวเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026-2028 ขึ้น 4.6%, 4.7% และ 5.3% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลประกอบการ 1H26 การควบรวมกิจการ (M&A) และกำหนดการขยายโรงพยาบาลในปัจจุบัน เราคาดว่ารายได้รวมปี 2026 จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ขณะที่อัตรากำไรจะลดลงจาก 23.9% ในปี 2025 เหลือ 22.7% ในปี 2026 จากการไม่มีผู้ป่วยชาวกัมพูชาและจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) ที่ลดลง ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดและกลุ่มประกัน สำหรับรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ การขยายตลาดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ควรสามารถชดเชยการหายไปของผู้ป่วยชาวกัมพูชาได้ภายในปี 2026 และโมเมนตัมดังกล่าวมีแนวโน้มดำเนินต่อเนื่องถึงปี 2027 การเติบโตของกำไรสุทธิที่ 2.6%-3.0% ในปี 2027-2028 จะได้รับแรงขับเคลื่อนจากรายได้ของ 3 โครงการใหม่ ได้แก่ อุบลราชธานี ระยอง และสุวรรณภูมิ รวมถึงการเติบโตของเครือข่ายโรงพยาบาลเดิมที่ 7.5% และ 6.7% ตามลำดับ ปรับเพิ่มเงินปันผลปี 2026 หลังประกาศเงินปันผลพิเศษBCH ประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้เงินปันผลระหว่างกาลรวมอยู่ที่ 0.35 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ที่ 142% สำหรับผลการดำเนินงาน 1H26 เนื่องจากโครงการลงทุนในปี 2027-2028 จะใช้ทั้งเงินกู้และเงินสดในมือในสัดส่วนประมาณ 50:50 ฐานะเงินสดของบริษัทจึงน่าจะยังเพียงพอสำหรับการรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลที่ 0.30 บาทต่อหุ้นในช่วง 2H26 ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการเงินปันผลต่อหุ้นทั้งปีจาก 0.40 บาทต่อหุ้น เป็น 0.65 บาทต่อหุ้น ขณะที่ยังคงคาดการณ์อัตราการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2027-2028 ไว้ที่ 85% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2025 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ; มูลค่าที่เหมาะสมใหม่ 12.80 บาท โดย Upside อยู่ที่การปรับเพิ่มอัตรา SSOเราประเมินมูลค่า BCH โดยใช้ EV/EBITDA ล่วงหน้าที่ 11.2 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปีอยู่ 0.5SD) และปรับฐานการประเมินไปเป็นสิ้นปี 2027 ส่งผลให้ได้มูลค่าที่เหมาะสมใหม่ที่ 12.80 บาท (จาก 10.90 บาท) ปัจจัยบวกสำคัญ ได้แก่ การปรับเพิ่มอัตรา SSO การฟื้นตัวของผู้ป่วยจากกัมพูชาและคูเวต รวมถึงการขยายตัวของผู้ป่วยต่างชาติจากตลาดใหม่ การวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) ชี้ว่า การเพิ่มขึ้น 1% ของอัตราเหมาจ่ายพื้นฐาน จะเพิ่ม Upside ต่อกำไรปี 2027 ได้ประมาณ 1.2% โดยคณะกรรมการอาจมีมติได้เร็วที่สุดในเดือน ต.ค. 2026 และอัตราใหม่อาจมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2026