เงินเฟ้ออาร์เจนตินาชะลอต่ำสุดในรอบ 14 เดือน หนุนมิเลย์ แต่เศรษฐกิจยังอ่อนแอ นักลงทุนต้องมองหลายสินทรัพย์
เงินเฟ้อรายเดือนของอาร์เจนตินาชะลอลงมาอยู่ที่ 1.7% ในเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือน ตามข้อมูลของสถาบันสถิติแห่งชาติ Indec ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 กันยายน ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์และถือเป็นข่าวบวกต่อประธานาธิบดี ฮาเวียร์ มิเลย์ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่แข็งแรง ทั้งการก่อสร้างและการผลิตที่หดตัว ทำให้ประเด็นนี้ไม่ใช่สัญญาณว่าเศรษฐกิจอาร์เจนตินากลับเข้าสู่ภาวะปกติเต็มตัว นักลงทุนจึงควรมองทั้งเงินเฟ้อ ค่าเงิน และกิจกรรมเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
เงินเฟ้อชะลอ แต่แรงกดดันยังไม่หายไป
อัตราเงินเฟ้อรายปีของอาร์เจนตินาชะลอลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 33.5% จาก 33.8% ในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 33.6% เล็กน้อย หมวดอาหารและเครื่องดื่มเป็นตัวหลักที่ดันราคาขึ้น ขณะที่หมวดเคหะและสาธารณูปโภคปรับขึ้นมากที่สุด ส่วนเสื้อผ้าและรองเท้าลดลง 0.6% จากการลดราคาช่วงปลายฤดูหนาว และหมวดบันเทิงกับวัฒนธรรมทรงตัวหลังสิ้นสุดฤดูกาลท่องเที่ยว
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เงินเฟ้อชะลอคือ ค่าเงินเปโซที่มีเสถียรภาพ โดยอ่อนค่าเพียง 12% ในรอบปีแบบ nominal หรือคิดจากตัวเลขค่าเงินโดยตรง ซึ่งช่วยลดต้นทุนสินค้านำเข้าและจำกัดแรงส่งต่อราคาภายในประเทศ แต่ Bloomberg Economics มองว่าแรงเฉื่อยของเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง และการตรึงค่าเงินมากเกินไปอาจสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป
เศรษฐกิจจริงยังอ่อนแรง กดเป้าหมายเติบโต
ในด้านกิจกรรมเศรษฐกิจ ภาพยังไม่สดใสนัก โดยการก่อสร้างในเดือนกรกฎาคมลดลง 4.5% จากปีก่อน ขณะที่การผลิตลดลงเกือบ 5% แม้การส่งออกพลังงาน เหมืองแร่ และเกษตรกรรมยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่ภาคเหล่านี้สร้างการจ้างงานในระบบได้ไม่มากนัก จึงไม่ช่วยให้เศรษฐกิจภายในประเทศฟื้นตัวอย่างทั่วถึง
นักวิเคราะห์ที่ถูกสำรวจโดยธนาคารกลางอาร์เจนตินา (BCRA) ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้เหลือ 2.1% จาก 3.5% ในเดือนธันวาคมปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 5% ที่รัฐบาลตั้งไว้ในงบประมาณรายปีอย่างมาก ขณะเดียวกันคาดว่าเงินเฟ้อสิ้นปี 2026 จะยังอยู่ที่ 30% สูงกว่าระดับสิ้นปี 2025 ที่ 20.1% สะท้อนว่าความท้าทายด้านเสถียรภาพราคาและการเติบโตยังเดินคู่กัน
บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทย: เงินเฟ้อ ค่าเงิน และสินทรัพย์หลายประเภท
อาร์เจนตินาไม่ใช่คู่ค้าหลักของไทย ดังนั้นข่าวเงินเฟ้อครั้งนี้จึงไม่น่ากระทบหุ้นไทยรายตัวโดยตรงมากนัก แต่สำหรับนักลงทุนไทย เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง เงินเฟ้อ กับ ค่าเงิน เพราะค่าเงินที่มีเสถียรภาพช่วยลดแรงกดดันด้านราคานำเข้าได้จริง คล้ายกับไทยที่ยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบบางประเภท
หากเงินเฟ้อโลกค่อยๆ ชะลอตัว แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกอาจผ่อนคลายลง ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นที่อ่อนไหวต่อต้นทุนการเงิน เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกิจการที่ใช้สินเชื่อสูง ในทางกลับกัน หุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงอาจเผชิญแรงกดดัน เพราะเงินเฟ้อที่ลดลงมักมาพร้อมราคาพลังงานและอาหารที่ไม่เร่งขึ้นแรงเหมือนช่วงก่อน
- ทองคำ: อาจถูกกดดันหากตลาดเชื่อว่าเงินเฟ้อโลกชะลอตัว แต่ยังได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
- พันธบัตร: เงินเฟ้อที่ลดลงช่วยพยุงราคาได้บ้าง แต่ความเสี่ยงด้านการคลังและค่าเงินของอาร์เจนตินายังสูง
- กองทุนต่างประเทศ: ควรติดตามนโยบายเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาในฐานะกรณีศึกษา มากกว่าคาดหวังผลกระทบตรงต่อหุ้นไทย
มุมมองการจัดพอร์ตควรเน้นกระจายความเสี่ยง
กรณีอาร์เจนตินาสะท้อนแนวคิด Flow Follows Yield หรือเงินไหลไปที่ผลตอบแทน หากเงินเฟ้อชะลอลงและค่าเงินมีเสถียรภาพ เงินอาจไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่มากขึ้น แต่หากกิจกรรมเศรษฐกิจอ่อนแอต่อเนื่อง เงินก็อาจไหลกลับไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยแทน
ดังนั้น นักลงทุนไม่ควรมองตัวเลขเงินเฟ้อเพียงด้านเดียว เพราะภาพรวมของเศรษฐกิจยังต้องพิจารณาทั้งการเติบโต นโยบายการเงิน และความเสี่ยงด้านค่าเงิน การจัดพอร์ตที่รอบคอบควรเน้น การกระจายความเสี่ยง ระหว่างหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ และสินทรัพย์ต่างประเทศ พร้อมติดตามข้อมูลจีดีพีและทิศทางนโยบายของธนาคารกลางอาร์เจนตินาอย่างใกล้ชิด