รัฐบาลอังกฤษมอบภารกิจใหม่ BoE หนุนนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งรักษาความเป็นผู้นำศูนย์กลางการเงินโลก
รัฐบาลอังกฤษประกาศมอบภารกิจใหม่ให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านสกุลเงินดิจิทัลและการชำระเงิน โดยให้เป็นเป้าหมายรองจากภารกิจหลักด้านเสถียรภาพทางการเงิน การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนท่าทีของสหราชอาณาจักรที่ต้องการเร่งปรับตัวรับเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมรักษาความสามารถในการแข่งขันของลอนดอนในฐานะศูนย์กลางการเงินโลก ท่ามกลางกระแสการแข่งขันด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่ร้อนแรงขึ้นต่อเนื่อง
กระทรวงการคลังสหราชอาณาจักรเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. ว่า แนวนโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรี Andy Burnham ที่ต้องการให้ภาคการเงินของอังกฤษเดินหน้าร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะโทเคไนเซชัน (tokenization) และเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย (distributed ledger technology) ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบการเงินยุคใหม่และอาจเปลี่ยนแปลงการทำธุรกรรมทั่วโลกในอนาคต
BoE ได้รับเป้าหมายรองเพื่อหนุนนวัตกรรมการชำระเงิน
City Minister Lucy Rigby ระบุว่า แม้เสถียรภาพทางการเงินจะยังคงเป็นเป้าหมายหลักของธนาคารกลางอังกฤษ แต่เป้าหมายรองใหม่นี้จะช่วยสนับสนุนให้ BoE เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมในด้านการชำระเงินและการเงินดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สหราชอาณาจักรยังคงเป็นผู้นำระดับโลกด้านบริการทางการเงิน คำประกาศดังกล่าวยังสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการสร้างสมดุลระหว่างการกำกับดูแลที่รัดกุมกับการเปิดรับเทคโนโลยีเกิดใหม่
ก่อนหน้านี้ BoE ถูกวิจารณ์ว่ามีท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อเทคโนโลยีใหม่มากเกินไป โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีและระบบชำระเงินดิจิทัล การกำหนดเป้าหมายรองจึงถือเป็นสัญญาณว่าอังกฤษต้องการลดช่องว่างด้านนโยบายกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่เร่งผลักดันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในระบบการเงินมากขึ้น
สเตเบิลคอยน์และความร่วมมือกับสหรัฐฯ เป็นตัวเร่งสำคัญ
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการใช้งาน stablecoin เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สเตเบิลคอยน์เป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่ผูกมูลค่ากับสินทรัพย์อื่น เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มีความผันผวนน้อยกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยตอกย้ำว่าประเทศพัฒนาแล้วเริ่มให้ความสำคัญกับกรอบกติกาที่เอื้อต่อการใช้งานจริงของสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น
ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา BoE ยังยกเลิกข้อเสนอจำกัดจำนวนสเตเบิลคอยน์ที่บุคคลหรือธุรกิจสามารถถือครองได้ หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม การปรับท่าทีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายเริ่มรับฟังเสียงจากภาคตลาดมากขึ้น และพยายามออกแบบกฎเกณฑ์ที่รักษาความปลอดภัยควบคู่ไปกับการสนับสนุนนวัตกรรม
มุมมองต่อเศรษฐกิจและการลงทุน
Sarah Breeden รองผู้ว่าการ BoE ฝ่ายเสถียรภาพการเงิน กล่าวสนับสนุนการประกาศครั้งนี้ โดยระบุว่าธนาคารกลางกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนนวัตกรรมในการชำระเงินของสหราชอาณาจักร พร้อมชี้ว่าเป้าหมายรองใหม่นี้จะช่วยเสริมบทบาทดังกล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้ BoE มีภารกิจรองอยู่แล้วในการอำนวยความสะดวกด้านนวัตกรรมผ่านการกำกับดูแลคู่ค้ากลางและศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ซึ่งจะขยายไปถึงระบบการชำระเงินด้วย
สำหรับนักลงทุน การเปลี่ยนท่าทีของอังกฤษอาจเป็นแรงหนุนเชิงจิตวิทยาต่อสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นกลุ่มฟินเทคทั่วโลก เพราะช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการยอมรับในระดับสถาบัน ขณะเดียวกันการที่ BoE ยังย้ำเสถียรภาพการเงินเป็นเป้าหมายหลัก ทำให้ตลาดมองได้ว่าการเปิดรับนวัตกรรมครั้งนี้จะไม่ใช่การผ่อนคลายแบบไร้กรอบ แต่เป็นการเดินหน้าอย่างมีวินัยมากกว่า
ผลกระทบต่อมุมมองการลงทุนในภูมิภาคและไทย
ในมุมมองของนักลงทุนไทย ข่าวนี้สะท้อนแนวโน้มเชิงบวกต่อธีมดิจิทัลและฟินเทค เนื่องจากนโยบายในอังกฤษอาจกลายเป็นแบบอย่างให้หลายประเทศ รวมถึงไทย พิจารณาปรับกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้เอื้อต่อการเติบโตมากขึ้น ผู้ลงทุนที่ถือกองทุนที่กระจายไปยังหุ้นเทคโนโลยีหรือฟินเทคทั่วโลกอาจได้รับอานิสงส์จากบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น ขณะที่หุ้นไทยในกลุ่มผู้ให้บริการชำระเงินหรือบริษัทเทคโนโลยีอาจได้ประโยชน์ทางอ้อมจากกระแสดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานกำกับดูแลภายในประเทศต่อสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไป เพราะนโยบายในไทยยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก ในภาพรวม ข่าวนี้จึงไม่เพียงเป็นความเคลื่อนไหวด้านนโยบายการเงินของอังกฤษ แต่ยังเป็นสัญญาณว่าการแข่งขันเพื่อเป็นศูนย์กลางการเงินยุคดิจิทัลกำลังยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน
สรุปประเด็นสำคัญ
- BoE ได้รับภารกิจรองใหม่เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมการชำระเงินและการเงินดิจิทัล
- รัฐบาลอังกฤษต้องการรักษาความเป็นผู้นำของลอนดอนในฐานะศูนย์กลางการเงินโลก
- Stablecoin, tokenization และ distributed ledger technology เป็นแกนหลักของการเปลี่ยนผ่าน
- นักลงทุนอาจมองเป็นสัญญาณบวกต่อหุ้นฟินเทคและสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก
- สำหรับไทย ข่าวนี้อาจเป็นแรงกระตุ้นเชิงนโยบายในระยะยาวต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลการเงิน