ผลประกอบการล่าสุดของ Insta360
บริษัท Shenzhen Arashi Vision Co. Ltd. หรือ Insta360 เปิดเผยรายงานการเงินฉบับแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาด STAR ของเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 โดยระบุว่าในปี 2025 กำไรสุทธิลดลง 6.6% แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น 74.8% จากการขยายธุรกิจและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาในปี 2025 เพิ่มขึ้น 96.95% เป็น 1.5 พันล้านหยวน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กดดันความสามารถในการทำกำไร
ในไตรมาสแรกของปี 2026 บริษัทมีรายได้เติบโตอย่างโดดเด่น แต่กำไรสุทธิกลับลดลงแรง แสดงให้เห็นว่าการขยายตัวของยอดขายยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด โดยเฉพาะต้นทุนด้านเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายเครือข่ายร้านค้าไปถึง 300 แห่ง
เหตุใดกำไร Insta360 จึงลดลง
แรงกดดันต่อกำไรของ Insta360 มาจากหลายด้าน ทั้งการทุ่มงบ R&D ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก การแข่งขันด้านราคาจากคู่แข่งรายสำคัญ และต้นทุนชิ้นส่วนที่ยังอยู่ในระดับสูง บริษัทต้องแบกรับภาระจากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงความพยายามขยายผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดกล้อง 360 องศาและอุปกรณ์ภาพถ่ายพกพา
ในเชิงอุตสาหกรรม แรงกดดันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจาก DJI ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดกล้องที่ 37% และ 59% ขณะที่ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Osmo 360 และ Osmo Nano ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาเข้มข้นขึ้นมาก สถานการณ์นี้ทำให้ผู้เล่นในตลาดต้องเร่งลงทุนด้านนวัตกรรมและลดต้นทุนพร้อมกัน ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้นต่อไป
ประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม
- แนวโน้มกำไรสุทธิเทียบกับการเติบโตของรายได้ในไตรมาสถัดไป
- ระดับการใช้จ่าย R&D โดยเฉพาะการพัฒนาโดรนและชิป
- ผลกระทบจากการแข่งขันราคาและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ DJI
สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญคือการประเมินว่า Insta360 จะสามารถเปลี่ยนการเติบโตของรายได้ให้กลายเป็นกำไรที่ยั่งยืนได้มากเพียงใด หากการลงทุนด้านเทคโนโลยีช่วยเสริมความได้เปรียบของสินค้าและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว ก็อาจเป็นบวกต่อมูลค่าบริษัท แต่หากต้นทุนยังเพิ่มเร็วกว่ารายได้ ความสามารถในการทำกำไรอาจยังถูกจำกัดต่อไป
การติดตามผลประกอบการถัดไปจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะสัญญาณว่าบริษัทจะคุมค่าใช้จ่าย R&D ได้ดีขึ้นหรือไม่ และการแข่งขันจาก DJI จะส่งผลต่อราคาและมาร์จิ้นมากน้อยเพียงใด
ข้อมูลที่ควรจับตาในรอบถัดไป
บริษัทมีกำหนดอัปเดตผลประกอบการรอบถัดไปตามปฏิทินงบของตลาด แต่ในข้อมูลต้นฉบับไม่ได้ระบุวันที่ชัดเจน ดังนั้นผู้ลงทุนควรติดตามการประกาศจากบริษัทและตลาดหลักทรัพย์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินทิศทางกำไรและรายได้ในช่วงถัดไป
ที่มา Caixin