| เกาหลีใต้เตรียมบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการจารกรรมฉบับแก้ไขในวันอาทิตย์นี้ (13 ก.ย.) เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลเทคโนโลยีชิปหน่วยความจำขั้นสูงรั่วไหลไปถึงคู่แข่งในจีน พร้อมเพิ่มบทลงโทษผู้ที่ลักลอบส่งต่อเทคโนโลยีที่ละเอียดอ่อนให้ต่างชาติ เป็นจำคุกสูงสุด 30 ปี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้เพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นต่ออดีตพนักงานในอุตสาหกรรมชิปที่ถูกจับได้ว่า ลักลอบนำความลับทางการค้าไปบอกต่อคู่แข่งต่างประเทศ แต่ยังมีข้อจำกัดสำหรับศาลในการตีความนิยามของคำว่า “จารกรรม” ที่มีขอบเขตแคบ ซึ่งที่ผ่านมาใช้กับผู้ที่พิสูจน์ทราบว่า เป็นสายลับให้กับเกาหลีเหนือเท่านั้น กฎหมายฉบับแก้ไข ซึ่งกำลังจะมีผลบังคับใช้ จะเปิดทางให้ศาลลงโทษผู้ที่ส่งต่อเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อนให้กับต่างประเทศหรือองค์กรที่มีสถานะเทียบเท่า ด้วยโทษจำคุกสูงสุด 30 ปี และจะยกระดับการกำหนดระดับความผิดฐานจารกรรมข้อมูลทางอุตสาหกรรม จากความผิดระดับองค์กรไปเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต่อเศรษฐกิจและอำนาจเชิงยุทธศาสตร์ของเกาหลีใต้ เทคโนโลยีชิปกับเดิมพันระดับประเทศ แม้กฎหมายฉบับแก้ไขจะไม่ได้ระบุชื่อจีนโดยตรง ทว่าการที่จีนรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วนั้นเป็นปัจจัยเบื้องหลังที่ทำให้เกาหลีใต้เร่งปกป้องความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีชิป โดยข้อมูลจากหน่วยงานตำรวจเกาหลีใต้ระบุว่า ครึ่งหนึ่งของคดีที่มีการตรวจพบการรั่วไหลของเทคโนโลยีที่อ่อนไหวไปยังหน่วยงานต่างชาติในปีที่ผ่านมานั้น มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ประเทศจีน นอกจากนี้ รายงานหลายฉบับ จากภาครัฐและอุตสาหกรรมยังส่งสัญญาณเตือนว่า จีนอาจแซงหน้าเกาหลีใต้ในไม่ช้า ความต้องการชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่แข็งแกร่ง ช่วยผลักดันการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ และเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้เพิ่งเปิดเผยแผนลงทุนมูลค่า 880,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศ เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมชิปโลก การสูญเสียความได้เปรียบดังกล่าวอาจกระทบหนึ่งในแหล่งรายได้จากการส่งออกและแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของเกาหลีใต้ โดย Samsung และ SK Hynix กำลังเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งจีนอย่าง CXMT และ Yangtze Memory Technologies เกาหลีใต้ผวาความลับรั่วไหล-บริษัทจีนดึงตัวคนเก่ง ความกังวลดังกล่าวทำให้เกิดธุรกิจนักสืบเอกชนเฉพาะทางเพิ่มขึ้น จากผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีที่กังวลเกี่ยวกับการลาออกของพนักงานอย่างกะทันหัน โดยผู้ให้บริการนักสืบรายหนึ่งเผยกับบลูมเบิร์กว่า “พนักงานที่กำลังจะลาออกมักแจ้งนายจ้างเดิมว่า จะย้ายไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่น แต่เมื่อติดตามสืบดูว่า อดีตพนักงานเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ กลับพบว่า พวกเขากำลังศึกษาดูแบบแปลนการผลิตเครื่องมืออย่างขะมักเขม้น จอน อู-จุง ศาสตราจารย์จากสถาบัน Korea Advanced Institute of Science & Technology ระบุว่า เมื่อบริษัทจีนต้องการเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ พวกเขาจะจัดทำรายชื่อผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการติดต่อ พร้อมยื่นข้อเสนอเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการที่สูง กรณี Samsung-CXMT ย้ำความเสี่ยงจารกรรมทางเทคโนโลยี หนึ่งในคดีสำคัญที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งสะท้อนข้อกังวลนี้ได้อย่างชัดเจน คือคดีที่อัยการได้ตั้งข้อหาอดีตพนักงาน Samsung Electronics จำนวน 10 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าลักลอบส่งต่อเทคโนโลยีให้ CXMT ซึ่งสำนักงานอัยการกลางกรุงโซลระบุว่า สร้างความเสียหายต่อยอดขายของ Samsung ในปี 2024 ราว 5 ล้านล้านวอน หรือ 3,700 ล้านดอลลาร์ อัยการตั้งข้อกล่าวหาอดีตพนักงานดังกล่าวว่าได้ส่งต่อกระบวนการผลิต DRAM ขนาด 18 นาโนเมตรของ Samsung และใช้วิธีการอำพราง เช่น การย้ายสำนักงานและแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับ ที่มา Bloomberg อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |