นายกฯ สเปนหนุน ‘เด โกส’ ชิงตำแหน่งประธาน ECB ต่อจากลาการ์ด เปิดศึกชิงนโยบายดอกเบี้ยยูโรปี 2027
นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปนประกาศสนับสนุนนายปาโบล เอร์นันเดซ เด โกส อดีตผู้บริหารธนาคารกลางสเปน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการทั่วไปของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือ BIS ให้ลงชิงตำแหน่งประธานธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB คนใหม่ในปี 2027 ท่ามกลางการแข่งขันที่อาจกำหนดทิศทางดอกเบี้ยยูโรและกระทบตลาดการเงินโลกในวงกว้าง
ซานเชซระบุว่า เด โกสมีทั้งภาวะผู้นำ ความสามารถ และความรู้ พร้อมมองว่าหากเขาได้ขึ้นนำ ECB จะเป็นผลดีต่อทั้งสเปนและยุโรป โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถาบันการเงินยุโรปกำลังเผชิญความซับซ้อนของเศรษฐกิจ การเมือง และแรงกดดันด้านนโยบายการเงินจากหลายฝ่าย
ศึกชิงเก้าอี้ ECB กำลังเริ่มต้นก่อนวาระจะสิ้นสุด
ตำแหน่งประธาน ECB จะว่างลงในปี 2027 เมื่อคริสตีน ลาการ์ดจะพ้นวาระ รวมถึงยังมีเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูงอีก 2 ตำแหน่งที่ต้องเปลี่ยนผ่านพร้อมกัน ทำให้การสรรหาผู้นำชุดใหม่ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญที่สุดของสถาบันการเงินยุโรปในรอบหลายปี
นอกจากเด โกสแล้ว ยังมีอดีตผู้ว่าการธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตที่ถูกจับตา การแข่งขันจึงไม่ใช่เพียงเรื่องคุณสมบัติส่วนบุคคล แต่ยังสะท้อนสมดุลอำนาจของประเทศสมาชิกยูโรโซน ความเป็นตัวแทนของภูมิภาค และทิศทางนโยบายการเงินที่จะกำหนดอนาคตของเงินยูโร
ทำไมสเปนผลักดันหนัก ทั้งที่เจอแรงต้านทางการเมือง
แม้สเปนจะเป็นเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยูโรโซน และมีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ แต่เส้นทางของเด โกสไม่ได้ง่าย เพราะซานเชซถูกมองว่าอยู่ในสถานะค่อนข้างโดดเดี่ยวบนเวทียุโรปในฐานะผู้นำสายสังคมประชาธิปไตยเพียงไม่กี่คนในกลุ่มประเทศหลัก
ประเด็นที่สร้างแรงเสียดทาน ได้แก่ จุดยืนเรื่องการใช้จ่ายด้านกลาโหมของนาโตที่สเปนไม่เห็นด้วยกับเป้าหมาย 5% รวมถึงท่าทีที่เปิดกว้างต่อผู้อพยพและจีน ซึ่งต่างจากผู้นำยุโรปบางประเทศ ขณะเดียวกัน สเปนก็มีบุคลากรดำรงตำแหน่งสำคัญในสถาบันยุโรปอยู่แล้วหลายตำแหน่ง ทำให้บางฝ่ายอาจตั้งคำถามเรื่องสัดส่วนอำนาจและความเหมาะสมในการผลักดันคนของสเปนเพิ่มอีกหนึ่งคน
ผลต่อดอกเบี้ยยูโรและตลาดโลก
ประธาน ECB เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีอิทธิพลต่อการเงินโลกมากที่สุด เพราะมีอำนาจกำหนดทิศทาง ดอกเบี้ยยูโร ซึ่งส่งผลต่อเงินทุนไหลเข้าออก ต้นทุนการกู้ยืม และมูลค่าสินทรัพย์ในหลายประเทศ หากเด โกสซึ่งมีประสบการณ์จาก BIS เข้ามารับตำแหน่ง อาจทำให้นโยบายของ ECB เอนเอียงไปทางการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินระหว่างประเทศมากขึ้น
บลูมเบิร์กรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ ECB ยังคาดว่าจะมีการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติม และเดือนตุลาคมอาจเป็นช่วงที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ดังนั้น การคัดเลือกประธานคนใหม่จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่เป็นสัญญาณสำคัญต่อเส้นทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป ซึ่งจะกระทบทั้งหุ้นยุโรป พันธบัตร และค่าเงินยูโร
นักลงทุนไทยควรจับตาอะไร
สำหรับนักลงทุนไทย ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลต่อกองทุนที่ลงทุนในยุโรปทั้งฝั่งหุ้นและตราสารหนี้ เพราะหาก ECB เดินหน้าเข้มงวดต่อเนื่อง ย่อมส่งผลต่อ ผลตอบแทนพันธบัตรยุโรป ค่าเงินยูโร และต้นทุนเงินทุนของบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาค ยิ่งถ้าค่าเงินยูโรผันผวน ก็อาจกระทบมูลค่าพอร์ตของนักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ต่างประเทศผ่านกองทุนรวมในไทย
นอกจากนี้ หุ้นไทยบางกลุ่มที่พึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวจากยุโรปอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยุโรปและอัตราแลกเปลี่ยน นักลงทุนจึงควรติดตามว่าแคนดิเดตแต่ละคนมีแนวโน้มสนับสนุนแนวทางผ่อนคลายหรือคุมเข้ม เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดกระแสเงินทุนทั่วโลกในระยะต่อไป
ทองคำและพันธบัตรยังเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยง
ในภาวะที่ทิศทางผู้นำ ECB ยังไม่ชัดเจน สินทรัพย์ทางเลือกอย่าง ทองคำ และพันธบัตรรัฐบาลคุณภาพสูงอาจช่วยลดความเสี่ยงได้ โดยทองคำมักเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับดอกเบี้ยที่แท้จริงและค่าเงินดอลลาร์ หากยูโรแข็งค่าขึ้นจากนโยบายใหม่ของ ECB ก็อาจเป็นแรงหนุนต่อทองคำในบางช่วง
อย่างไรก็ตาม หากประธาน ECB คนใหม่เลือกเดินนโยบายคุมเข้มต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปอาจปรับขึ้นและกดดันสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงทองคำในระยะสั้น ดังนั้น การกระจายพอร์ตและไม่กระจุกตัวในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งยังเป็นแนวทางสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรับมือกับความผันผวน
บทสรุป
การที่ซานเชซหนุนเด โกสลงชิงตำแหน่งประธาน ECB ทำให้ศึกชิงผู้นำธนาคารกลางยุโรปเริ่มร้อนแรงตั้งแต่ตอนนี้ และมีความหมายมากกว่าการเมืองภายในยุโรป เพราะท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์จะสะท้อนถึงทิศทางดอกเบี้ยยูโร ค่าเงิน และกระแสเงินทุนโลกในอีกหลายปีข้างหน้า นักลงทุนจึงควรติดตามความคืบหน้านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินจังหวะการปรับพอร์ตให้เหมาะสม