ราคาที่ดินเฉลี่ยทั่วญี่ปุ่นปรับขึ้น 2.9% ในปี 2026 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ตามข้อมูลภาครัฐที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ สะท้อนแรงหนุนจากโครงการพัฒนาเมืองในเขตศูนย์กลางและกระแสท่องเที่ยวที่ยังคึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจหลักและทำเลที่มีศักยภาพด้านการค้าและบริการ
ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมความต้องการจะกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่และจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ขณะที่หลายจังหวัดยังเผชิญความแตกต่างของอุปสงค์-อุปทานอย่างชัดเจน
โตเกียวนำการปรับขึ้นของตลาดที่ดินญี่ปุ่น
โตเกียว มีราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 9.4% สูงสุดในบรรดา 47 จังหวัด ตามด้วย โอกินาวะ 6.6% และ โอซากะ 5.1% ข้อมูลนี้สะท้อนว่าทำเลคุณภาพสูงและพื้นที่ที่ได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด
ในภาพรวม มีมากกว่า 36 จังหวัด ที่ราคาที่ดินปรับขึ้น ขณะที่มีเพียง 8 จังหวัด ที่ลดลง แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมืองหลวง แต่กระจายไปยังหลายภูมิภาคที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเชิงพาณิชย์ และการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
บางพื้นที่ยังเผชิญแรงกดดันจากภัยพิบัติ
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว โดย วาจิมะ ในจังหวัด อิชิคาวะ มีราคาที่ดินลดลง 8.6% สะท้อนผลกระทบจากภัยพิบัติที่ยังฉุดความเชื่อมั่นและการฟื้นตัวในบางพื้นที่
ด้านราคาที่ดินแพงที่สุดในประเทศยังเป็นหน้าร้านเครื่องเขียน คิวคิโดะ ในย่าน กินซะ โตเกียว ที่ 53.36 ล้านเยนต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 11.0% จากปีก่อน ตอกย้ำบทบาทของย่านศูนย์กลางธุรกิจและค้าปลีกระดับพรีเมียมที่ยังคงได้รับความต้องการสูงต่อเนื่อง
แนวโน้มตลาดที่ดินญี่ปุ่นสะท้อนการกระจุกตัวของมูลค่า
ข้อมูลปีนี้ชี้ให้เห็นว่ามูลค่าที่ดินในญี่ปุ่นยังคงกระจุกตัวในพื้นที่ที่มีการเข้าถึงสะดวก มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น และมีโครงการพัฒนาเมืองรองรับ ขณะเดียวกันพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติหรือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจช้ากว่ายังเผชิญแรงกดดันด้านราคา
สำหรับผู้ติดตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น แนวโน้มดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าความแข็งแกร่งของทำเลเมืองใหญ่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของราคาที่ดิน ขณะที่นโยบายพัฒนาเมืองและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวยังคงมีบทบาทโดยตรงต่อทิศทางตลาดในระยะถัดไป