| เมย์แบงก์ฯ มองหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวสดใส หลังความเสี่ยงจากสงครามตะวันออกกลางมีจำกัด ขณะที่เข้าสู่วัฎจักรขาขึ้นของราคาห้องพัก โดยเฉพาะการฟื้นตัวของตลาดจีน แนะทยอยสะสมรับกำไรเติบโตแข็งแกร่งในปีหน้า ชู AOT - AWC โดดเด่น ราคาหุ้นที่ย่อตัวลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นโอกาสในการเข้าซื้อ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยในบทวิเคราะห์ เรื่อง "Thailand Tourism ความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลางมีจํากัด ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว" ว่า แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น แต่มองว่าราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงใน ระยะสั้นถือเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวล่วงหน้า ก่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกําไรในปี 2570 ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดระยะใกล้ (Short-haul) 2) วัฏจักรขาขึ้นของราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) เนื่องจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งช่วยชดเชยอุปทานใหม่ 3) การฟื้นตัวของการใช้จ่ายในกลุ่ม MICE นําโดยจีนเป็นหลัก 4) ระดับราคาหุ้น (Valuation) ที่ไม่แพง ควบคู่ไปกับแนวโน้มการเติบโตของกําไรที่แข็งแกร่ง หุ้นเด่น คือ AWC และ AOT เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตของกําไรที่โดดเด่น ทั้งนี้ ดาวน์ไซด์ที่สําคัญคือความตึงเครียด ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งและสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น รวมถึงทําให้อุปสงค์การเดินทางอ่อนตัวลง จีนยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดท่องเที่ยวไทย การเดินทางออกนอกประเทศของนักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงนิยมจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชียมากกว่าตลาดระยะไกล (Long-haul) สะท้อนถึงการหยุดชะงักของการเดินทางข้าม ภูมิภาคอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประเทศไทยโดดเด่นในฐานะผู้ได้รับประโยชน์หลัก จากผลสํารวจของ Dragon Trail International ล่าสุด กับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีนจํานวน 310 ราย ระบุว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีการฟื้นตัวโดดเด่นที่สุดในปี 2569 นอกจากนี้ จากข้อมูลของ TECB พบว่านักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE จากจีนกําลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนที่สําคัญยิ่งขึ้นต่อการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและอุปสงค์ห้องพักโรงแรม ความจุของสายการบินปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยใน 4069 ข้อมูลความจุของสายการบินล่าสุดจาก Cirium ชี้ว่าการเติบโตของอุปสงค์การเดินทางในประเทศไทยช่วงไฮซีซั่นใน 4069 จะยังคงทรงตัว อย่างไรก็ดี แนวโน้มความจุที่ทรงตัวนี้ถือว่าปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับการหดตัว 5% ใน 3069 ด้านประเทศจีนยังคงฟื้นคืนความจุที่นั่งมายังประเทศไทยอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สายการบินจากอินเดียยังคงระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม จํานวนนักท่องเที่ยวที่ทรงตัวไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่อกําไรของกลุ่ม โรงแรมที่เราวิเคราะห์ เนื่องจากรายได้หลักของโรงแรมมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกําลังซื้อสูง หุ้นเด่น AWC & AOT ยังคงชอบ AOT จากแนวโน้มการเติบโตของกําไรที่แข็งแกร่ง โดยคาดการณ์ว่ากําไรจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 25% ในช่วงปี 2569 2572 บริษัทฯ ยังมีอัพไซต์ เพิ่มเติมจากรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบิน (Non-aeronautical revenue) ซึ่งรวมถึงโอกาสในการฟื้นคืนสัญญาสัมปทานร้านค้าปลอดภาษี (Duty-free) และการพัฒนาโครงการ Airport City สําหรับกลุ่มโรงแรม ชอบ AWC มากกว่า ERW และ MINT เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตของกําไรต่อหุ้น (EPS) ที่แข็งแกร่งกว่าทั้งใน 2H69 และปี 2570 นอกจากนี้ AWC ยังอยู่ใน ตําแหน่งที่ดีพร้อมสําหรับการขยายเครือข่ายโรงแรมอย่างรวดเร็ว โดยมีที่ดินในมือ (Land bank) จํานวนมากรองรับ ทั้งนี้ คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Gearing) จะยังคงต่ํากว่า บริษัทอื่นในกลุ่มเดียวกันในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนผ่านรายการ REIT ในช่วง 4069 | .  | |