| สมาคมค้าทองคำ เผยปลัดคลัง ยืนยันยังไม่มีนโยบายเก็บภาษีทองคำ พร้อมดึงสมาคมฯ เป็นกรรมการ Connect the Dots เชื่อมโยงข้อมูลทุกจุดในธุรกรรมซื้อขายทองคำ ตรวจสอบที่มาของเงินและผู้ซื้อ หลังพบมิจฉาชีพใช้บัญชีม้า-นอมินีเข้าซื้อทอง นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) เปิดเผยภายหลังเข้าหารือกับนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ว่า สมาคมค้าทองคำได้หารือกับกระทรวงการคลัง และได้รับการยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายให้เดินหน้าจัดเก็บภาษีทองคำ เพราะสิ่งที่ภาครัฐกังวล คือ การที่มีเงินเทาเข้ามาในระบบ แล้วจะตรวจจับอย่างไร “เรื่องภาษีเบาใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะท่านบอกว่ายังไม่ได้กดปุ่ม ท่านเข้าใจว่าหากเริ่มเก็บภาษีตอนนี้ โดยทางสมาคมค้าทองมองว่า ไม่ว่าจะเก็บภาษีเท่าไหร่จะส่งผลร้ายต่ออุตสาหกรรมอย่างยิ่ง”นายแพทย์กฤชรัตน์ กล่าว ด้านแนวทางรับมือปัญหาเงินเทาที่ไหลเข้าสู่ระบบผ่านธุรกรรมซื้อขายทองคำ โดยประเด็นสำคัญที่ภาครัฐและเอกชนเห็นตรงกัน คือ การเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางเงินและทองคำได้อย่างครบวงจร ทั้งนี้ แนวทางสำคัญคือ Connect the Dots เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นทางของเงินที่นำมาซื้อทอง แหล่งที่มาของเงิน ผู้ซื้อทองคำ การนำทองไปขายต่อ รวมถึงเส้นทางเงินที่เกิดขึ้นหลังการขาย เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถตรวจพบธุรกรรมที่มีความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทางภาครัฐนำโดยกระทรวงการคลัง และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ได้บริหารจัดการเรื่องนี้มากว่า 6 เดือนแล้ว หรือเป็นนโยบายของภาครัฐที่สำคัญ โดยมีทั้ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย และ Connect กับภาคตำรวจอยู่แล้ว องค์ประกอบวันนี้ของสมาคม ชี้ให้เห็นว่าการที่เราจะควบคุมหรือสามารถกำจัดทุนเทาไม่ให้เข้ามาอยู่ในระบบได้ มันจะต้องมีหลักในการตรวจสอบโดยองค์รวมของความเสี่ยงของประชาชน หรือ บุคคลที่เข้ามา หรือเรียกว่า Centralized AML Intelligence Platform เพื่อที่จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูล หรือ เครดิตบูโรได้ว่า คนนั้นมีความสามารถพอหรือไม่ที่จะซื้อทองได้หรือไม่ “ไม่ใช่ว่าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว หรือคนขับรถจะเดินเข้ามาซื้อทองได้ครั้งละ 5 ล้าน หรือ 100 ล้านบาท วันนี้เราเน้นประเด็นการที่จะไม่ให้ทุนเทาเข้ามาในระบบซื้อขายทองคำได้อย่างไร เช่นรับจ้างซื้อทองก็มี นอมินี บัญชีม้าก็มี หากเราเชื่อมข้อมูลกับเครดิตบูโรหรือข้อมูลภาครัฐได้ เราจะเห็นความผิดปกติ (Red Flag) ทันที โดยข้อเสนอของเครดิตบูโรก็เป็นข้อเสนอของคลังอยู่แล้ว ตอนนี้ทางคลังมีเครื่องมืออยู่แล้ว เช่น จำแนกคน พิสูจน์ฐานะได้ เพื่อสามารถเชื่อมกันได้”นายแพทย์กฤชรัตน์ กล่าว ขณะนี้กระทรวงการคลัง สศค. จะเชิญสมาคมค้าทองคำ เป็นส่วนของคณะกรรมการ Connect the Dots เพราะ Connect the Dots เพื่อดึงให้ได้ว่า จะใช้ระบบในการควบคุมอย่างไร เพื่อให้สามารถควบคุมร้านทองทั่วประเทศ ไม่ใช่ 10-20 เจ้ารายใหญ่ โดยเปรียบเสมือนร้านทองเป็นด่านหน้าที่จะช่วยตรวจจับความผิดปกติ ดังนั้นหากสามารถให้ข้อมูล และสามารถสร้างแพลตฟอร์มใหญ่ในระดับชาติเพื่อให้รู้ได้ จะสามารถป้องกันได้ดีขึ้น หลังจากนี้ สมาคมค้าทองคำจะเข้าไปทำงานร่วมกับคณะกรรมการชุดพิเศษของกระทรวงการคลัง เพื่อศึกษาแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างละเอียด โดยคาดว่าจะมีมาตรการในการควบคุมทุนเทาที่ชัดเจนออกมาภายในปีนี้ โดยเน้นการสร้างระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่งเพื่อคัดกรองธุรกรรมที่ต้องสงสัย มากกว่าการใช้มาตรการทางภาษีมากดดันผู้ประกอบการและประชาชนปัจจุบันสมาคมฯ พยายามผลักดันให้ร้านทองกว่า 7,000 - 8,000 แห่งทั่วประเทศใช้ระบบตรวจสอบตัวตน (KYC/CDD) ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มทุนเทามักเลี่ยงจากร้านใหญ่ 10 รายแรกที่มีระบบป้องกันเข้มงวด ไปใช้บริการร้านค้าย่อยแทน “หากวันนี้ Connect the Dots ได้ ว่าอยู่มีเงินเข้ามา 10 ล้านบาท และไปซื้อทอง และหายไปเลย ก็จะสามารถตรวจสอบได้ วันนี้คนทำผิดไม่เคยเดินเข้าไปหยิบร้านทองเลย เพราะคนเข้าไปคือคนรับจ้างหมด มีความซับซ้อนมากกว่าเดิม”นายแพทย์กฤชรัตน์ กล่าว ทางสมาคมฯ เน้นย้ำว่าไทยควรใช้นโยบายยุทธศาสตร์ชาติเพื่อผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำ (Gold Hub) เหมือนฮ่องกงหรือสิงคโปร์ ซึ่งประเทศเหล่านี้ไม่มีการเก็บภาษีและยังมีมาตรการจูงใจทางภาษี (Incentive Tax) เพื่อดึงดูดนักลงทุน การจัดเก็บภาษีไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด จะเป็นการลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทองคำไทยในเวทีโลกทันที อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |