| CKP เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาด เตรียม COD โครงการโซลาร์ร่วม BEM เพิ่ม 5 MW ก.ย.นี้ ขณะที่ XPCL รับอานิสงส์น้ำโขงหนุน คาด Q4/69 ปริมาณน้ำไหลผ่านสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ด้าน NN2 คาดน้ำไหลเข้าเพิ่มช่วงฤดูฝน และ BIC กลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังหลังซ่อมบำรุง เสริมศักยภาพการผลิตไฟฟ้าครึ่งปีหลังต่อเนื่อง นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่า บริษัทได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพิ่มเติม ขนาดกำลังการผลิตรวม 5 เมกะวัตต์ในเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตของบริษัท พร้อมสนับสนุนการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17.7 ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 สะท้อนสภาพน้ำในแม่น้ำโขงที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีแรก สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง CKP ประเมินว่าสถานการณ์น้ำยังมีปัจจัยสนับสนุนต่อการผลิตไฟฟ้าของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จากปริมาณฝนในลุ่มน้ำโขง ประกอบกับแนวโน้มการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ โดยคาดว่าการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในประเทศจีนจะยังอยู่ในระดับสูงในช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และอาจมีการระบายน้ำเพิ่มเติมในบางช่วงของเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงในช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าในช่วงปลายปี โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดีและสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย โดย CKPower ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านระบบ Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการคาดการณ์ปริมาณน้ำและการวางแผนการผลิตไฟฟ้า
ด้านบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 32.53 ของความจุน้ำใช้การได้ โดยยังมีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน และในช่วงที่เหลือของไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูฝนและสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความพร้อมด้านน้ำสำหรับการผลิตไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง ตามแผนการดำเนินงานของบริษัท หลังจากบริษัทบริหารการประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าอย่างระมัดระวังในช่วงครึ่งปีแรก
ส่วนบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ภายหลังการซ่อมบำรุงในไตรมาสที่ 1 ปัจจุบันโรงไฟฟ้าสามารถกลับมาดำเนินงานได้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง “ในช่วงครึ่งปีหลัง CKPower มีปัจจัยสนับสนุนจากหลายส่วน ทั้งกำลังการผลิตใหม่จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BEM สถานการณ์น้ำที่ยังเอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าของ XPCL แนวโน้มปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นของ NN2 ตลอดจนการกลับมาเดินเครื่องตามปกติของ BIC หลังการซ่อมบำรุงตามแผน ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการผลิตของพอร์ตโดยรวม บริษัทจะมุ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องและสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานในระยะยาว” นายธนวัฒน์กล่าว ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|