| สงครามตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นอีกครั้ง หลังอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรเปิดฉากโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในภูมิภาค ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการทำลายเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำ พร้อมเดินหน้าคว่ำบาตรภาคการบินของอิหร่าน แถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุว่า เรือรบสหรัฐฯ สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของอิหร่านได้สำเร็จ และไม่มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บ โดยกองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำในอ่าวโอมาน ได้แก่ M/T Kaviz, M/T Charminar, M/T Horizon 1 และ M/T Riesco ขณะที่เรือ M/T Derya ถูกโจมตีใกล้เกาะคาร์กของอิหร่าน “กองทัพสหรัฐฯ สั่งให้ลูกเรือสละเรือก่อนที่เรือเหล่านี้จะถูกโจมตีและไม่สามารถใช้งานได้” CENTCOM ระบุในแถลงการณ์ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากตอบโต้รอบใหม่ในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ความขัดแย้งในภูมิภาคกลับมาปะทุอีกครั้ง แม้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะปรับแนวทางโดยหันไปใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันรัฐบาลเตหะราน ทางด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ข้อความบน X ในช่วงค่ำวันอังคาร โดยปฏิเสธมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และระบุว่าเป็นเพียงการนำยุทธศาสตร์ที่ล้มเหลวกลับมาใช้อีกครั้ง “หลังจากล้มเหลวในการใช้มาตรการคว่ำบาตรหรือสงคราม ทางออกใหม่ของวอชิงตันคือ... คว่ำบาตรเพิ่ม เอาแบบนี้จริง ๆ หรือ? เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (5 ก.ย.) กองทัพสหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 3 ลำ เพื่อตอบโต้ IRGC ที่ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลใส่เรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตของสหรัฐฯ “อิหร่านยังคงพยายามโจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ และทุกครั้งที่พวกเขาทำหรือพยายามทำเช่นนั้น พวกเขาจะต้องสูญเสียเรือบรรทุกน้ำมัน” มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางเยือนโคลอมเบีย ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร CENTCOM ระบุว่า ยานใต้น้ำไร้คนขับที่มีรายงานว่าอิหร่านยึดได้ในช่องแคบฮอร์มุซนั้นขัดข้อง และไม่มีข้อมูลสำคัญหรืออุปกรณ์ที่เป็นความลับ อย่างไรก็ดี อิหร่านอ้างว่า สามารถยึดหนึ่งในเรือดำน้ำไร้คนขับที่ทันสมัยและมีระบบอัจฉริยะมากที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ บริเวณทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของ CNBC ที่อ้างข้อมูลจากสำนักข่าว Fars ของอิหร่าน ฮูตีเปิดฉากถล่มทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย สงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวันอังคาร หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดฉากโจมตีหลายเมืองของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ทั้งนี้ กลุ่มฮูตีโจมตี 4 เมืองทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 73 ราย และเกิดไฟไหม้โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน นอกจากนี้ อิหร่านยังตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ใกล้เมืองอัล-อัซรัค Al Azraq ในจอร์แดน ตามแถลงการณ์ของ IRGC ขณะที่สื่อของทางการอิหร่านเผยแพร่วิดีโอที่อ้างว่าเป็นภาพขีปนาวุธของอิหร่านที่ถูกยิงไปยังจอร์แดน แม้อิหร่านระบุว่าขีปนาวุธสร้างความเสียหายอย่างหนัก แต่จอร์แดนเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 18 ลูกจากทั้งหมด 20 ลูก ส่วนอีก 2 ลูกตกลงในพื้นที่ไม่มีประชาชนอาศัยอยู่ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต งัดมาตรการคว่ำบาตรสายการบินอิหร่าน ในวันเดียวกัน สหรัฐฯ ยังประกาศคว่ำบาตรสายการบินอิหร่านและบริษัทที่สนับสนุนภาคการบินของอิหร่านหลายสิบแห่ง ซึ่งเป็นความพยายามรอบใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ในการกดดันอิหร่านทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มรายชื่อสายการบินอิหร่านหลายแห่งเข้าสู่บัญชี Specially Designated Nationals (SDN) พร้อมคว่ำบาตรบริษัทต่างชาติที่สนับสนุนภาคการบินอิหร่าน รวมถึงในตุรกีและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ให้การสนับสนุน Mahan Air ซึ่งยังคงให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางในตะวันออกกลางและจีน แถลงการณ์ของกระทรวงฯ ระบุว่า ได้คว่ำบาตรเป้าหมาย 36 แห่ง ที่ให้การสนับสนุนภาคการบินของอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลอิหร่านใช้ในการขนส่งอาวุธ บุคลากร และสินค้าผิดกฎหมาย กระทรวงการคลังกล่าวหาอิหร่านว่าใช้บริษัทบังหน้า ตัวกลางในต่างประเทศ และเส้นทางขนส่งต่อที่ปกปิดปลายทาง เพื่อจัดหาเครื่องบินที่ผลิตในสหรัฐฯ และเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว โดยพบว่ามีเครื่องบิน Boeing 777 อย่างน้อย 3 ลำที่เพิ่งถูกเปลี่ยนเส้นทางผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และโอมาน ที่มา Nikkei Asia, CNBC และ Bloomberg อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |