| ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าจะเดินทางไปยังอิสราเอลเพื่อร่วมในพิธีรับตัวประกันที่ถูกปล่อยตัวตามเงื่อนไขในข้อตกลงยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส ขณะที่คณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล มีการประชุมเพื่ออนุมัติข้อตกลงดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ทางด้านหัวหน้าคณะผู้เจรจาของฮามาส ก็ออกแถลงยืนยันข้อตกลงเช่นกัน ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญหลังจากความพยายามยุติสงครามที่ยืดเยื้อกว่า 2 ปีล้มเหลวมาหลายครั้ง ความขัดแย้งนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อฉนวนกาซา คร่าชีวิตผู้คนหลายหมื่นราย และสร้างความไม่มั่นคงให้กับภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในทำเนียบขาวว่า “ตัวประกันจะได้กลับบ้านในวันจันทร์หรืออังคารนี้” พร้อมหวังว่าตนเองจะได้อยู่ที่นั่น และยังเปิดเผยว่าอาจขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาอิสราเอล แม้ทั้งชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์จะออกมาฉลองข่าวดี แต่ยังมีความกังวลว่าข้อตกลงดังกล่าว จะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่ โดยก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง นางชาร์เรน ฮัสเคล รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิสราเอลให้สัมภาษณ์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้แล้ว แต่กองกำลังอิสราเอลก็ยังคงโจมตีใส่กลุ่มฮามาสในพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา โดยอ้างว่าเป็นภัยคุกคามต่อทหาร ซึ่งฝ่ายฮามาสระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน พร้อมเรียกร้องให้ “สหรัฐฯ และผู้ไกล่เกลี่ยต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมอันโหดร้ายเหล่านี้ และกดดันอิสราเอลให้หยุดการโจมตีพลเรือนและเด็กที่บริสุทธิ์ทันที”  เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ข้อตกลงนี้แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ การปล่อยตัวประกันและการหยุดยิงเกือบถาวร ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาในการหารือเรื่องการปลดอาวุธ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในกาซา และการถอนทหารอิสราเอลออกจากพื้นที่ทีละขั้นตอน แม้เจ้าหน้าที่เตือนว่า ข้อตกลงยังมีความเสี่ยงที่จะล่มได้ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์หวังว่าจะใช้จังหวะนี้ฟื้น “ข้อตกลงอับราฮัม” (Abraham Accords) ที่เขาเป็นผู้ผลักดันในสมัยแรก เพื่อให้ประเทศในตะวันออกกลางมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิสราเอลมากขึ้น ตามข้อตกลงหยุดยิงล่าสุด ฮามาสจะปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด 48 คน (เชื่อว่า ยังมีชีวิตอยู่ราว 20 คน) แลกกับการที่อิสราเอลจะปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์เกือบ 2,000 คน และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซา ผ่านองค์การสหประชาชาติและหน่วยงานระหว่างประเทศ โดยฮามาสจะเปิดด่านราฟาห์เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งหากการหยุดยิงยังคงอยู่และอิสราเอลเห็นชอบ กองกำลังอิสราเอลจะถอนทัพออกจากเมืองต่าง ๆ ในฉนวนกาซาทีละขั้นจนถึงแนวกันชนใกล้พรมแดน ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูกล่าวว่า “นี่คือชัยชนะทางศีลธรรมในระดับชาติของอิสราเอล” พร้อมเปิดเผยว่าได้พูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์อย่างอบอุ่นเพื่อแสดงความยินดีต่อความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ สงครามครั้งนี้ เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 หลังฮามาสเปิดฉากโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอล คร่าชีวิตพลเรือนกว่า 1,200 คน และลักพาตัวประกันอีกราว 250 คน ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีชาวกาซาเสียชีวิตกว่า 67,000 คน ขณะที่ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 450 นาย สงครามนี้ยังลุกลามไปทั่วภูมิภาค โดยอิสราเอลได้โจมตีกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังในเลบานอน ซีเรีย เยเมน และกาตาร์ รวมถึงทำสงครามทางอากาศกับอิหร่านนาน 12 วันในเดือนมิ.ย. ซึ่งสหรัฐฯ เข้าร่วมโจมตีเป้าหมายทางนิวเคลียร์ของอิหร่านด้วย ที่มา Bloomberg  |