| นักวิชาการประเมินว่าการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ผู้นำสหรัฐฯและประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.ย. นี้ มีความเป็นไปได้น้อยที่จะนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมหรือการปฏิรูปเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ มีความได้เปรียบเหนือจีนอย่างมากในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแสดงความยินดีที่จะได้ต้อนรับสี จิ้นผิง ในการเยือนกรุงวอชิงตันในช่วงปลายเดือนนี้ โดยระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องดี ๆ มากมายที่จะหารือร่วมกัน และคาดว่าจะเป็นการพูดคุยที่เกิดประโยชน์อย่างมาก ท่าทีมั่นใจของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สงครามกับอิหร่านยังยืดเยื้อ ส่งผลให้คะแนนนิยมร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดก่อนเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. นี้ คาดผลประชุมไม่มีนัยคืบหน้าสำคัญ นักวิเคราะห์ระบุว่า ความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม หรือการปฏิรูปเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญจากการประชุมสุดยอดในเดือนก.ย. อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ คล้ายกับการหารือกันเมื่อครั้งที่ทรัมป์เยือนกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพ.ค. แซ็ก คูเปอร์ นักวิจัยอาวุโสจาก American Enterprise Institute ระบุว่า “ผมยังไม่ได้ยินอะไรมากนัก เพราะคงไม่มีอะไรมาก” ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ วิจารณ์จีนอย่างรุนแรง หลังไม่เข้าร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมในการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G20 ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนาซึ่งเพิ่งปิดฉากลง โดยระบุถึงจีนว่า “เศรษฐกิจที่ไม่อิงกลไกตลาดซึ่งผลักดันสินค้าราคาถูกออกสู่ตลาดอย่างไม่รู้จบ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืน” “ทรัมป์” โวเงินลงทุนไหลเข้าสหรัฐฯ แซงจีน ทรัมป์ยังชื่นชมผลงานของรัฐบาลในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมหาศาล แม้นักวิเคราะห์จะระบุว่า ตัวเลขบางส่วนตรวจสอบได้ยาก หรือเป็นเพียงคำมั่นด้านการลงทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงและสามารถยกเลิกได้ “ไม่เคยมีช่วงไหนที่เงินลงทุนมูลค่า 20 ล้านล้านดอลลาร์ไหลเข้าสหรัฐฯ ซึ่งมากกว่าสถิติเดิมของจีนเมื่อหลายปีก่อนถึง 5 เท่า” ผู้นำสหรัฐฯ กล่าว ชี้เจรจากับจีนง่ายกว่าแคนาดา รัฐบาลทรัมป์เพิ่งเปิดฉากสงครามการค้ากับแคนาดา หลังการเจรจาล่มลงเมื่อหลายเดือนที่แล้ว ด้านมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ยุติการเจรจา โดยกล่าวว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ยังไม่จริงใจและเสนอการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในช่วงท้าย ซึ่งไม่เป็นธรรมและไม่สมเหตุสมผลในทางเศรษฐกิจ ทรัมป์กล่าวว่า “จีนเป็นคู่เจรจาที่รับมือได้ง่ายกว่าแคนาดา” หลายคนถามว่า “ใครเจรจาด้วยยากที่สุด จีนใช่ไหมท่านประธานาธิบดี? จีนใช่ไหม? หรือเวียดนาม?” ทรัมป์ระบุว่า “ไม่ จริง ๆ แล้วคือ แคนาดา” แคนาดาแข็งกร้าวมากขึ้น พวกเขาเคยมีประธานาธิบดีที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่แค่คนล่าสุด แต่เป็นทุกรัฐบาล” ทรัมป์กล่าวเป็นนัยว่า ผู้นำจีนให้ความเคารพต่อสหรัฐฯ มากขึ้นในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับช่วงที่สหรัฐฯ มีประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ชูท่องเที่ยว-ลงทุน พร้อมเร่งปรับระบบควบคุมการบินด้วย AI ทรัมป์ปรากฏตัว พร้อมผู้บริหารบริษัทด้านการเดินทางและท่องเที่ยวของสหรัฐฯ เพื่อเฉลิมฉลองการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน โดยระบุว่า การเดินทางบนทางหลวงในสหรัฐฯ มีระยะทางรวม 290,000 ล้านไมล์ และมีผู้เดินทางเยือนอุทยานแห่งชาติ 78 ล้านคน ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สหรัฐฯ 18,000 ล้านดอลลาร์ และสนับสนุนการจ้างงาน 160,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะประกาศรายละเอียดภายใน 30 วันเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบน่านฟ้าให้ทันสมัย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อแทนที่โครงสร้างพื้นฐานระบบควบคุมการจราจรทางอากาศแบบเดิมด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบเรียลไทม์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่มา SCMP อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |