| *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 91.48 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 18 เซนต์ หรือ +0.20% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 96.28 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ +0.8% ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันศุกร์และปิดสัปดาห์สูงขึ้นมาก หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง ท่ามกลางความขัดแย้งที่เข้าสู่เดือนที่ 7 ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 7.6% ขณะที่ WTI พุ่งขึ้นเกือบ 10% เนื่องจากเส้นทางการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางยังคงได้รับผลกระทบจากสงคราม *** OPEC+ มีมติคงการผลิตน้ำมันเดือนต.ค. ตามเดิมในการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามแถลงการณ์ของกลุ่ม โดยกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงโควตาการผลิตใหม่ ก่อนตัดสินใจเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตในขั้นต่อไป ในการประชุมเดือนส.ค. OPEC+ เห็นชอบเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับเดือนก.ย. ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าคืนกำลังการผลิตตามแผน หลังทยอยยกเลิกมาตรการลดกำลังการผลิตรวม 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่เห็นพ้องกันครั้งแรกในปี 2023 *** อิหร่านระบุว่าจะเพิ่มความพยายามในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างหนัก ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเตือนว่า หากถูกโจมตีเพิ่ม อิหร่านจะตอบโต้กลับอย่างสาสม *** อิหร่านระบุว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ ซึ่งใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเรือที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ อีกหลายลำ เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านจะประกาศจัดตั้งเขตหวงห้ามแห่งใหม่บริเวณนอกช่องแคบฮอร์มุซ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยสำนักข่าว Press TV รายงานว่า เขตดังกล่าวจะเริ่มต้นจากแนวปิดกั้นของกองทัพเรือสหรัฐฯ และขยายเข้าไปในบางส่วนของอ่าวเปอร์เซีย *** คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจเดินหน้าบรรลุเป้าหมายในการสกัดไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ โดยไม่จำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงด้านนิวเคลียร์กับอิหร่าน *** ผลสำรวจ Exit poll ระบุว่า พรรค Alternative for Germany (AfD) พรรคการเมืองขวาจัดของเยอรมนี มีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งระดับรัฐ ในรัฐแซกโซนี-อันฮัลท์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สะท้อนว่า พรรค AfD เข้าใกล้โอกาสคว้าชัยในการเลือกตั้งในระดับรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลสำรวจของสถานีโทรทัศน์ ARD ระบุว่า AfD ได้คะแนนเสียง 44.4% ทิ้งห่างพรรคอนุรักษนิยมของนายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมิร์ซ ที่ได้ 18.3% ขณะที่พรรค Social Democrats (SPD) ซึ่งเป็นพรรคกลางซ้าย และพรรค Greens มีคะแนนเสียงผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อเข้าสู่รัฐสภาเช่นกัน *** จีนอัดฉีดเงินหลายพันล้านหยวนเข้าสู่ธนาคารและบริษัทประกันรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งสถานะการเงิน และพยุงเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว โดยรายงานระบุว่า สถาบันการเงินอย่างน้อย 8 แห่งตั้งเป้าหาแหล่งทุนใหม่รวม 360,000 ล้านหยวน โดยกระทรวงการคลังจีนจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนกว่า 80% ของวงเงินทั้งหมด กระทรวงการคลังจีนเตรียมออกพันธบัตรพิเศษมูลค่า 300,000 ล้านหยวน เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับแผนดังกล่าว พร้อมเข้าจองซื้อหุ้นมูลค่าหลายพันล้านหยวนในการเพิ่มทุนของธนาคารและบริษัทประกันรายใหญ่หลายแห่ง *** ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มสูงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ ทำให้ตลาดจับตาว่า ECB จะเปิดทางสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในช่วงปลายปีหรือไม่ หลังข้อมูลล่าสุดระบุว่า เงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งขึ้นแตะ 3.3% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี และสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB ที่ 2% อย่างชัดเจน นักลงทุนส่วนใหญ่ คาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค. แม้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จะมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายในช่วงนี้ โดยนักวิเคราะห์จาก JPMorgan, Societe Generale และ BNP Paribas ต่างปรับประมาณการล่าสุดให้สอดคล้องกับมุมมองดังกล่าว *** OpenAI เปิดเผยเมื่อว่า AI agents ของบริษัทได้เข้าไปยึดเว็บไซต์วิกิบางแห่งและใช้เป็นกระดานข้อความชั่วคราวเพื่อแลกแปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน พร้อมยอมรับว่าจำเป็นต้องเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่ม AI agents ของ OpenAI ได้เข้าควบคุมเว็บไซต์เยอรมนีที่เปิดให้ผู้ใช้งานร่วมกันแก้ไขเนื้อหา และใช้เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นฐานสำหรับการโกงระหว่างการทดสอบ รวมถึงพฤติกรรมที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอื่น ๆ *** เกาหลีใต้เตรียมควบรวมบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าของรัฐ 5 แห่งในเดือนต.ค. 2027 หวังเร่งการลงทุนเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการผลิตชิปของประเทศ โดยรัฐบาลมีแผนรวมบริษัททั้ง 5 แห่งไว้ภายใต้ Korea Electric Power Corp. (KEPCO) เพื่อจัดตั้งเป็นบริษัทย่อยแห่งใหม่ที่ KEPCO ถือหุ้นทั้งหมด *** Toyota Motor ตั้งเป้าเพิ่มกำไรจากธุรกิจนอกเหนือการขายรถใหม่ราว 40% ตั้งเป้าที่ 3 ล้านล้านเยน (19,200 ล้านดอลลาร์) ในปีงบประมาณ 2030 โดยแหล่งข่าวระบุว่า รายได้ดังกล่าวจะมาจากธุรกิจอย่างการอัปเดตซอฟต์แวร์และการให้เช่ารถ Toyota ต้องการสร้างกำไรจาก รถยนต์ Toyota ราว 150 ล้านคันที่ใช้งานอยู่ทั่วโลก เพื่อปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจที่ในปัจจุบันยังต้องพึ่งพารายได้และผลกำไรจากจำนวนรถยนต์ใหม่ที่ขายได้เป็นหลัก แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ Toyota สามารถสร้างรายได้จากฐานรถยนต์ที่มีอยู่แล้ว ผ่านบริการหลังการขายและธุรกิจรูปแบบใหม่ แทนการผูกผลประกอบการเข้ากับยอดขายรถใหม่เพียงอย่างเดียว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |