| CMDF เผยครึ่งปีแรก 69 อนุมัติงบ 11 โครงการกว่า 400 ล้านบาท เร่งลด 3 ช่องว่างตลาดทุนไทย คาดทั้งปีใช้งบ 600 - 800 ลบ. พร้อมเดินหน้าจัดตั้ง PE Trust วงเงินขั้นต่ำ 1,000 ลบ. ล่าสุดระดมทุนตั้งต้นแล้วกว่า 600 ลบ. จ่อเปิดรายละเอียด 15 ก.ย.นี้ นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการ กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 CMDF สนับสนุน 11 โครงการ อนุมัติงบสนับสนุนไปแล้วกว่า 400 ล้านบาท โดยพุ่งเป้าเพื่อลดข้อจํากัดการเข้าถึงตลาดทุน เสริมสร้างศักยภาพและความรู้ทางการเงิน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน ซึ่งคาดว่าทั้งปี 2569 จะใช้วงเงินสนับสนุนรวมประมาณ 600 - 800 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังเดินหน้าต่อยอดผลลัพธ์ ทั้งการขยายโอกาสเข้าถึงทุน การส่งเสริมความพร้อมทางการเงินเพื่อวัยเกษียณ และการยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทยในระยะยาว CMDF เร่งลด 3 ช่องว่างสําคัญของตลาดทุนไทย ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีแรก CMDF เร่งลด 3 ช่องว่างสําคัญของตลาดทุนไทย ได้แก่ การเข้าถึงตลาดทุน (Access) เสริมสร้างศักยภาพและความรู้ทางการเงิน (Capability) และการสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน (Trust and Confidence) เพื่อวางรากฐานให้ระบบนิเวศตลาดทุนไทยเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โจทย์ที่ 1 การเข้าถึงตลาดทุน (Accessibility): ตลาดทุนไทยยังมีข้อจํากัดด้านการเข้าถึงทั้งในฝั่งผู้ระดมทุนและผู้ลงทุนโดยกลุ่ม ธุรกิจ New Economy และ Startup ยังมีข้อจํากัดในการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่ผู้ลงทุนยังมีข้อจํากัดในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การ ลงทุนบางประเภท CMDF จึงสนับสนุนโครงการการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (PE Trust) รวมถึงการเตรียมความพร้อมของธุรกิจสู่ M&A และ IPO เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน ช่วยให้ตลาดทุนไทยเติบโตทั้งด้านความหลากหลายของธุรกิจ และมูลค่าหลักทรัพย์จดทะเบียน สําหรับครึ่งปีหลัง CMDF จะเดินหน้าต่อยอดการเชื่อมโยงระบบนิเวศให้ครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประกันภัยและผู้ลงทุนสถาบันเข้ามาร่วมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไทย โจทย์ที่ 2 เสริมสร้างศักยภาพและความรู้ทางการเงิน (Capability): CMDF สนับสนุนการพัฒนาความรู้และทักษะทางการเงิน ครอบคลุมผู้เข้าร่วมกว่า 20,000 คน โดยมุ่งลดช่องว่างด้านความรู้และทักษะของบุคลากรในตลาดทุน ผ่านการให้ทุนสอบที่เป็น Global Certificate ต่าง ๆ เช่น CFA, CMT, FRM, CQF และ CAIA รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบริษัทจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยมุ่งเน้นเรื่องการสื่อสารข้อมูลกับกลุ่มนักลงทุน ขณะเดียวกัน ท่ามกลางความท้าทายจากภาระหนี้ ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เงินออมที่จํากัด และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย CMDF มุ่งเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนมีความพร้อมทาง การเงินผ่านการให้ความรู้แก่สมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพและการส่งเสริมการออมระยะยาว ทั้งนี้ สําหรับครึ่งปีหลังการเตรียม ความพร้อมทางการเงินเพื่อวัยเกษียณยังคงเป็นประเด็นที่ CMDF ให้ความสําคัญ โดยจะต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเงินเพื่อการ เกษียณผ่านงาน CMDF Symposium 2026 ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในหลายมิติ ทั้งแนวทาง การส่งเสริมความรู้ทางการเงินในระดับมหาวิทยาลัย การยกระดับการออมผ่านช่องทางตลาดทุน และการวางแผนบริหารเงินหลัง เกษียณ ตลอดจนการนําเสนอผลการศึกษาภายใต้โครงการวิจัย TISA (Thailand Individual Savings Account) ที่มุ่งวางรากฐาน ระบบส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมนําแนวคิดดังกล่าวไปพัฒนาเป็นมาตรการส่งเสริมการ ออมสําหรับประชาชนทั่วไปต่อไป โจทย์ที่ 3 การสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน (Trust and Confidence) : ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนเป็นรากฐานสําคัญของตลาด ทุน โดยตลาดทุนยังมีความท้าทายทั้งจากภัยหลอกให้ลงทุน ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และการคุ้มครองข้อมูล ในช่วงที่ผ่าน มา CMDF จึงมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน ผ่านการโครงการ TCM-CERT, Data Exchange Platform รวมถึงการศึกษาเชิงนโยบายด้าน Fraud & Investor Protection สําหรับครึ่งปีหลัง CMDF จะต่อ ยอดการสร้างความเชื่อมั่นไปสู่การยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน ผ่านแนวทาง Corporate Value Up ภายใต้โครงการ JUMP+ Phase 2 ซึ่งดําเนินโครงการโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในระยะยาว จ่อแถลงความคืบหน้า PE Trust 15 ก.ย. นี้ แย้มระดมทุนแล้วกว่า 600 ลบ. สำหรับการจัดตั้ง ทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน หรือ Private Equity Trust (PE Trust) เพื่อสนับสนุน SME และ Startup โดยวงเงินกองทุนร่วมดังกล่าวขั้นต่ำ 1,000 ล้านบาท ซึ่ง CMDF จะร่วมใส่เงินทุนในสัดส่วนประมาณ 30% หรือคิดเป็นประมาณ 300 ล้านบาท โดยปัจจุบันสามารถระดมทุนตั้งต้นได้แล้วกว่า 600 ล้านบาท โดยจะมีพาร์ทเนอร์หลักเป็นสถาบันการเงินของภาครัฐ, กองทุนอื่นๆ และภาคเอกชน โดยความคืบหน้าของกองทุน PE Trust จะแถลงให้ทราบเพิ่มเติมวันที่ 15 กันยายนนี้ สำหรับเงินระดมทุนดังกล่าวเกณฑ์การคัดเลือกธุรกิจที่เข้าไปลงทุน ที่เน้นไปกลุ่มธุรกิจเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ประมาณ 10 เซกเตอร์หลักตามบัญญัติของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อเป้าหมายในการสร้าง S-Curve ใหม่ให้แก่ประเทศ ซึ่งกองทุนนี้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตและการสเกลธุรกิจของสตาร์ทอัพไทยให้แข็งแกร่งเป็นหลัก ไม่ใช่การมุ่งหวังผลกำไรหรือผลตอบแทนทางการเงินระยะสั้นเป็นที่ตั้ง อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |