| ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ หลังจากที่อิหร่านและประเทศในตะวันออกกลางแจ้งว่า กำลังเดินหน้าไปสู่การบรรลุข้อตกลง พร้อมทั้งระบุว่า อิสราเอลตกลงที่จะเข้าร่วมกับสหรัฐฯ และสนับสนุนแนวทางดังกล่าว ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์บน Truth Social เมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น หรือเช้านี้ (2 ส.ค.) ตามเวลาไทย ระบุว่า ได้ตกลงยกเลิกการโจมตีดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องบรรลุข้อตกลงโดยเร็ว และมีข้อความตอนหนึ่งเผยว่า "ทุกคน เรามาลุยไปด้วยกัน เพื่อให้ดีลนี้สำเร็จ" โพสต์ของทรัมป์ ยังระบุว่า สหรัฐฯ ได้รับการร้องขอให้ชะลอการโจมตี เนื่องจากทุกฝ่ายได้ข้อสรุปกรอบข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว ซึ่งจะครอบคลุมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยทันทีอย่างสมบูรณ์ รวมถึงการยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ก่อนหน้านี้ Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ระบุว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้ขอให้ทรัมป์งดการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยในวันเดียวกัน ทรัมป์กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง เพื่อยุติสงครามที่ย่างเข้าสู่เดือนที่ 6 ทางด้านสถานทูตสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางได้ออกประกาศเตือนชาวอเมริกันเมื่อวันเสาร์ ให้เตรียมพร้อมรับมือการยกเลิกเที่ยวบินที่อาจเกิดขึ้น การปิดน่านฟ้าเป็นระยะ และการเดินทางที่อาจหยุดชะงัก เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดยังคงอยู่ในระดับสูง ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านดำเนินมาตั้งแต่ปลายเดือนก.พ. โดยเมื่อกลางเดือนมิ.ย. ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ก่อนจะกลับมาโจมตีกันอีกระลอกเมื่อเดือนก.ค. และเพิ่งระงับการโจมตีไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้การเจรจาทางการทูตดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (28 ก.ค.) อิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธหลายลูกใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนอย่างรุนแรง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปิดสัปดาห์เหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากที่เคยต่ำกว่า 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อต้นเดือนก.ค. สรุปไทม์ไลน์ความขัดแย้งระลอกล่าสุด - 8 ก.ค.: สหรัฐฯ กลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หลังจากเตหะรานโจมตีเรือ โดยอ้างว่าใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาทรัมป์ประกาศว่า ข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้ว
- อิหร่านเปิดฉากตอบโต้ โจมตีเป้าหมายที่ระบุว่าเป็นทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในบาห์เรน, คูเวต, โอมาน, จอร์แดน และกาตาร์ รวมถึงเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 4 นายในจอร์แดนและอิรัก
- 20 ก.ค.: กลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง เปิดแนวรบใหม่ของสงคราม
- 25 ก.ค.: สหรัฐฯ ระงับปฏิบัติการทิ้งระเบิดอิหร่าน หลังโจมตีต่อเนื่อง 13 คืน โดยอ้างว่า การเจรจาทั้งสองฝ่ายกำลังเดินหน้าไปด้วยดี"
- 28 ก.ค.: ทรัมป์พบกับเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ทำเนียบขาว ก่อนกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่แคมป์เดวิดเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่า สหรัฐฯ จะยังคงโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง จนกว่าเตหะรานจะไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้อีก
- สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า วอชิงตันและอิสราเอลกำลังวางแผนเปิดฉากปฏิบัติการทิ้งระเบิดที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา โดยมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
- 1 ส.ค.: อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โทรศัพท์หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน พร้อมเตือนว่าจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและได้สัดส่วน หากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตี
- ทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนโจมตีที่เคยขู่ไว้ โดยระบุว่า อิหร่านและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ชะลอการโจมตี เนื่องจากทุกฝ่ายได้ตกลงกรอบของข้อตกลงร่วมกันแล้ว
ที่มา Bloomberg และ Aljazeera ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news |