โฟล์คสวาเกนปะทะแรงงาน เสี่ยงลดงาน 1 แสนตำแหน่ง กดดันหุ้นยุโรป-ซัพพลายเชนไทย
โฟล์คสวาเกน (Volkswagen AG) กำลังเผชิญแรงปะทะกับสหภาพแรงงานก่อนการประชุมพนักงานครั้งสำคัญ หลังสภาแรงงานเผยว่าพนักงานมองการสื่อสารของผู้บริหารเป็น “หายนะ” ขณะที่สื่อเยอรมันรายงานว่าแผนลดต้นทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษอาจนำไปสู่การลดงานได้ถึง 100,000 ตำแหน่ง และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในหุ้นยานยนต์ยุโรปโดยตรง
แผนปฏิรูปของโฟล์คสวาเกนเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ การแข่งขันจากจีน และต้นทุนการปรับโครงสร้างที่สูงขึ้น ซีอีโอ Oliver Blume และหัวหน้าแบรนด์ VW Thomas Sch?fer เตรียมชี้แจงแนวทางลดต้นทุน ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการลดกำลังการผลิตในยุโรปมากกว่า 500,000 คันต่อปี สะท้อนว่าบริษัทต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
แรงงานโต้แผนลดต้นทุน ชี้เป้าอัตรากำไร “ไกลเกินจริง”
Blume ระบุผ่านอินทราเน็ตของบริษัทว่าสถานการณ์นี้ “วิกฤตยิ่งกว่าวิกฤต” เพราะ operating margin อยู่เพียง 3.8% ซึ่งไม่พอรองรับการลงทุนในเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และโรงงานใหม่ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายแรงงานไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยการปลดพนักงานจำนวนมาก
Christiane Benner ผู้นำสหภาพโลหะการ IG Metall และรองประธานคณะกรรมการกำกับดูแลของ VW ระบุว่าข่าวการลดงานเพิ่มอีก 50,000 ตำแหน่ง เป็น “การยั่วยุครั้งรุนแรง” พร้อมวิจารณ์เป้าหมายอัตรากำไรจากการขายราว 9% ว่าไม่สอดคล้องกับสภาพภูมิรัฐศาสตร์และอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ขณะเดียวกันสหภาพย้ำว่าการปิดโรงงานเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นยุโรปและบอนด์ยีลด์
สำหรับตลาดการเงิน ความขัดแย้งครั้งนี้เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับ หุ้นกลุ่มยานยนต์ยุโรป เพราะแผนปฏิรูปอาจล่าช้าหรือถูกปรับให้อ่อนลงหากแรงงานยังมีอำนาจต่อรองสูง โดยเฉพาะเมื่อรัฐ Lower Saxony ถือสิทธิออกเสียง 20% และมีที่นั่งในคณะกรรมการกำกับดูแลของ VW ถึง 2 ที่ นักลงทุนจึงจับตาการประชุมคณะกรรมการฯ ในวันที่ 4 กันยายน ว่าจะมีมติสนับสนุนหรือท้าทายแผนลดต้นทุนมากน้อยเพียงใด
อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือ Bond Yield ยุโรป หากตลาดมองว่าการชะลอการลงทุนและการจ้างงานจะกระทบการบริโภคในเยอรมนี ก็อาจทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินยูโรถูกกดดันในระยะสั้น ขณะเดียวกันความคาดหวังต่อเศรษฐกิจที่อ่อนลงอาจหนุนกระแสเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
นัยต่อหุ้นไทยและซัพพลายเชนยานยนต์
สำหรับนักลงทุนไทย ผลกระทบทางตรงต่อตลาดหุ้นไทยอาจยังจำกัด แต่ควรจับตา กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และซัพพลายเชนที่เชื่อมโยงกับผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป หาก VW ลดกำลังการผลิตจริง คำสั่งซื้อชิ้นส่วนอาจชะลอตัวตามไปด้วย และ sentiment เชิงลบต่อหุ้นยานยนต์ยุโรปอาจลามมาสู่หุ้นไทยในธีมเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของแผนยังไม่ชัดเจน และตัวเลขการลดงาน 100,000 ตำแหน่งยังเป็นเพียงรายงานจากสื่อ นักลงทุนจึงควรรอการยืนยันจากบริษัทและสหภาพแรงงานก่อนปรับพอร์ต โดยเฉพาะผู้ที่ถือหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมหนักหรือธุรกิจที่พึ่งพิงยุโรปเป็นหลัก
มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ลงทุน
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้ปลอดภัยเพียงเพราะเกี่ยวข้องกับ EV หรือเทคโนโลยีใหม่ ความเสี่ยงด้านต้นทุน แรงงาน และการเมืองภายในองค์กรยังสามารถสร้างความผันผวนได้มาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง และไม่พึ่งธีมเดียวมากเกินไป
ในภาพรวม ความไม่แน่นอนของยุโรปอาจทำให้เงินไหลไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรคุณภาพสูงและทองคำในระยะกลาง ขณะเดียวกันหากผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปลดลงจากความกังวลเศรษฐกิจ เงินบางส่วนอาจหมุนเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า รวมถึงตลาดหุ้นไทย หากปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังเอื้ออำนวย
ดังนั้น ข่าวโฟล์คสวาเกนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการปรับโครงสร้างบริษัท แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าปัจจัย แรงงาน-การเมือง-อุตสาหกรรม สามารถเปลี่ยนทิศทางราคาสินทรัพย์ได้พร้อมกัน และควรถูกนำมาพิจารณาในการจัดพอร์ตอย่างรอบคอบ