| Key message :การขยายธุรกิจในส่วนของห้าง (ผ่านโครงการ Happitat) และ supermarket เกรด premium (ผ่านการซื้อกิจการในมาเลเซีย) ได้เริ่มต้นแล้ว โดยเรามองว่าในช่วงแรกจะส่งผลต่อผลประกอบการจำกัด ส่วนในระยะยาวยังต้องติดตามกันต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากเรามองว่าผลประกอบการจะน่าสนใจน้อยลงอย่างน้อยอีกสองไตรมาส เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 15.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก –2.0 S.D.) เริ่มเปิดโครงการ HappitatEvent : . Site visit โครงการ Happitat และ อัพเดตแนวโน้มบริษัท Impact :โครงการ Happitat จะเป็น flagship of Happy Mall . CPAXT เริ่มเปิดโครงการ “The Happitat” เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ภายใต้แนวคิด “Happiness-Led Destination” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกช่วงชีวิต โดยมีมูลค่าการลงทุนรวม 1.5 หมื่นล้านบาท โครงการนี้แบ่งเป็นสามตึกหลัก (Bloominas/ Wonderwild/ Festie town) มีพื้นที่ค้าปลีกรวมประมาณ 43,000 ตรม. (อัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 70% ในปีนี้ และ ตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 85% ในปี 2570) และ มีพื้นที่สำนักงานรวมประมาณ 24,000 ตรม. (อัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 40%) บริษัทคาดว่าโครงการนี้จะดึงดูดลูกค้าในประเทศ และ ต่างประเทศโดยตั้งเป้าว่าจะมีผู้มาใช้บริการ ~19 ล้านคน/ปี นอกจากนี้ CPAXT ยังคาดว่าโครงการนี้จะเป็น flagship ของ Happy Mall โดยจะมีการนำข้อมูล/ผลการวิจัย/ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ไปประยุกต์ใช้กับห้างอื่น ๆ ที่จะเกิดตามมาในอนาคตด้วย ทั้งนี้ บริษัทยังคงคาดว่าจะรับรู้ผลขาดทุนจากโครงการนี้ 500 ล้านบาทในปีนี้ (สอดคล้องกับประมาณการในปัจจุบันของเรา) ตั้งเป้ากำไรเพิ่มขึ้นจาก TFP ในปี 2570F . ในการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ The Food Purveyor Sdn. Bhd. Group (TFP) นั้น ราคาสุดท้ายอยู่ที่ MRR1,597 ล้าน (~13,095 ล้านบาท) โดย 80% ของแหล่งเงินทุนจะมาจากสินเชื่อธนาคาร ทั้งนี้ เนื่องจากคาดว่าตลาด supermarket กลุ่ม premium จะโต 10% (เกินกว่าอัตราการเติบโตของกลุ่ม hypermarket ที่ 4%) บริษัทจึงคาดว่ายอดขายของ TFP จะคิดเป็นประมาณ 4% ของยอดค้าปลีก และ จะหนุนให้กำไรเพิ่มขึ้นจากปี 2570 เป็นต้นไป ถึงแม้บริษัทจะไม่ได้เปิดเผย synergy จากดีลนี้แบบเฉพาะเจาะจง แต่บริษัทคาดว่าการแบ่งปันความรู้ และ การเข้าไปจับตลาด supermarket จะช่วยหนุนกิจการในภาพรวมของบริษัทในมาเลเซีย ผลประกอบการดูน่าสนใจน้อยลงในไตรมาสหน้า . เรายังคงมองว่ากำไรของ CPAXT จะน่าสนใจลดลงในไตรมาสที่สาม เนื่องจาก i) จะได้รับผลกระทบเต็มไตรมาสจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล (ไทยช่วยไทยพลัส) และ ii) มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะ omni-channel platform และ การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Happitat . ในขณะเดียวกัน ไตรมาสที่สี่ซึ่งตามปกติจะเป็นช่วง peak ตามฤดูกาลอาจจะถูกกระทบจาก i) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อกิจการ และ ii) รับรู้ค่าใช้จ่ายจากโครงการ Happitat เต็มไตรมาส ซึ่งน่าจะทำให้กำไรลดลง YoY ทั้งในไตรมาสที่สาม และ สี่ ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรปี 2569 เอาไว้ที่ 8.8 พัน ลบ. Valuation :. เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 15.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก –2.0 S.D.) Risk :. เศรษฐกิจชะลอตัว, ราคาสินค้าเกษตรลดลง, ขยายสาขาได้ช้ากว่าที่คาดไว้, disruption ที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ทางการ และ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขยายกิจการในต่างประเทศ Chananthorn Pichayapanupat, IAA, CFA 66.2658.8888 Ext. 8849 chananthornp@kgi.co.th |