4 ก.ย. 2569บล.ทิสโก้ : CPAXT แนะนำถือ มูลค่าที่เหมาะสมที่ 15.00 บาทTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ CPAXT : Happitat เดินหน้าตามแผน; ปิดดีล TPC แล้ว.Happitat : CPAXT คาดอัตราการเช่าจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในสิ้นปี. CPAXT พาเราเยี่ยมชมโครงการ Happitat และเราได้รับมุมมองเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย โดยโครงการเปิดให้บริการมาแล้ว 2 สัปดาห์ และปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่ค้าปลีกอยู่ที่ 50% และอัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานอยู่ที่ 30% แม้อัตราการเช่าในช่วงเริ่มต้นจะยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับโครงการคู่แข่งในช่วงเปิดตัว แต่บริษัทคาดว่า Happitat จะสามารถเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่ค้าปลีกเป็น 70% ภายในสิ้นปี โดยได้รับแรงหนุนจากการทยอยเปิดให้บริการของผู้เช่าที่ได้ยืนยันการเข้าพื้นที่แล้ว ผู้เช่าหลักที่คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่า ได้แก่ Axtra Club ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือน พ.ย. ผู้ประกอบการในกลุ่มสุขภาพและ Wellness เพิ่มเติม รวมถึงร้านค้าส่วนใหญ่ในอาคาร 3 ซึ่งเป็นอาคารที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของโครงการ ฝ่ายบริหารยังคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในการปรับสัดส่วนผู้เช่าและโครงสร้างพอร์ตค่าเช่าให้เหมาะสมระหว่างผู้เช่าระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว บริษัทคงประมาณการผลขาดทุนจากโครงการไว้ที่ 200 ล้านบาท ทั้งใน 3Q26 และ 4Q26 ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานของศูนย์การค้าในช่วงเริ่มต้น รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการตลาดก่อนเปิดดำเนินการ สำหรับปี 2027 บริษัทคาดว่าอัตราการเช่าพื้นที่จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 85% อย่างไรก็ตาม ศักยภาพในการสร้างกำไรของโครงการจะขึ้นอยู่กับอัตราค่าเช่าเป็นสำคัญ โดยฝ่ายบริหารระบุว่าอัตราค่าเช่าในปัจจุบันยังสามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับโครงการใกล้เคียง ปิดดีลเข้าซื้อ The Food Purveyor (TPC) แล้ว. CPAXT ประกาศผ่าน ELCID ว่าการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor (TPC) แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2026 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 4Q26 มูลค่าการเข้าซื้ออยู่ที่ 1.66 พันล้านริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 13.1 พันล้านบาท) ส่งผลให้ CPAXT เข้าถือครองซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมจำนวน 50 สาขา เมื่อรวมกับร้าน Lotus's ที่มีอยู่เดิม 70 สาขา CPAXT จะมีเครือข่ายร้านค้ารวมทั้งสิ้น 120 สาขาในประเทศมาเลเซีย โดยธุรกรรมดังกล่าวคิดเป็น EV/EBITDA ที่ 16-20 เท่า แม้ว่าบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดด้าน Synergy อย่างชัดเจน นอกเหนือจากประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น แต่ CPAXT มองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจสินค้าแบรนด์ของตนเองเพิ่มเติม ผ่านการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าเพื่อรองรับลูกค้าใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Lotus Malaysia, Lucky Frozen และ TPC ทั้งนี้ อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 0.31 เท่า เป็น 0.40 เท่า แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ Covenant ในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ ประมาณการกำไร 3Q26F: แนวโน้มธุรกิจหลักยังเผชิญแรงกดดัน ; คงคำแนะนำ “ถือ”. เราคาดว่าผลประกอบการใน 3Q26F จะยังเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มธุรกิจหลักที่ชะลอตัว ประกอบกับผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ นอกจากนี้ การเปิดดำเนินการของ Happitat คาดว่าจะส่งผลให้โครงการยังคงรับรู้ผลขาดทุนในไตรมาสดังกล่าว แม้เราคาดว่ากำไรจาก TPC หลังหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการจะมีส่วนสนับสนุนกำไรเพียงเล็กน้อย แต่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการจะยังเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการเพิ่มเติม โดยรวมแล้ว เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะปรับตัวลดลงในไตรมาสดังกล่าว ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ CPAXT โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 15.00 บาท closeลงชื่อเข้าใช้งานหรือ สมัครใช้งานฟรี เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ efinAI และ สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นcloseกรุณาอัปเกรดแพ็กเกจเพื่ออ่านข่าวย้อนหลังและใช้งานฟีเจอร์เต็มรูปแบบ
CPAXT : Happitat เดินหน้าตามแผน; ปิดดีล TPC แล้ว.Happitat : CPAXT คาดอัตราการเช่าจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในสิ้นปี. CPAXT พาเราเยี่ยมชมโครงการ Happitat และเราได้รับมุมมองเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย โดยโครงการเปิดให้บริการมาแล้ว 2 สัปดาห์ และปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่ค้าปลีกอยู่ที่ 50% และอัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานอยู่ที่ 30% แม้อัตราการเช่าในช่วงเริ่มต้นจะยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับโครงการคู่แข่งในช่วงเปิดตัว แต่บริษัทคาดว่า Happitat จะสามารถเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่ค้าปลีกเป็น 70% ภายในสิ้นปี โดยได้รับแรงหนุนจากการทยอยเปิดให้บริการของผู้เช่าที่ได้ยืนยันการเข้าพื้นที่แล้ว ผู้เช่าหลักที่คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่า ได้แก่ Axtra Club ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือน พ.ย. ผู้ประกอบการในกลุ่มสุขภาพและ Wellness เพิ่มเติม รวมถึงร้านค้าส่วนใหญ่ในอาคาร 3 ซึ่งเป็นอาคารที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของโครงการ ฝ่ายบริหารยังคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในการปรับสัดส่วนผู้เช่าและโครงสร้างพอร์ตค่าเช่าให้เหมาะสมระหว่างผู้เช่าระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว บริษัทคงประมาณการผลขาดทุนจากโครงการไว้ที่ 200 ล้านบาท ทั้งใน 3Q26 และ 4Q26 ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานของศูนย์การค้าในช่วงเริ่มต้น รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการตลาดก่อนเปิดดำเนินการ สำหรับปี 2027 บริษัทคาดว่าอัตราการเช่าพื้นที่จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 85% อย่างไรก็ตาม ศักยภาพในการสร้างกำไรของโครงการจะขึ้นอยู่กับอัตราค่าเช่าเป็นสำคัญ โดยฝ่ายบริหารระบุว่าอัตราค่าเช่าในปัจจุบันยังสามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับโครงการใกล้เคียง ปิดดีลเข้าซื้อ The Food Purveyor (TPC) แล้ว. CPAXT ประกาศผ่าน ELCID ว่าการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor (TPC) แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2026 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 4Q26 มูลค่าการเข้าซื้ออยู่ที่ 1.66 พันล้านริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 13.1 พันล้านบาท) ส่งผลให้ CPAXT เข้าถือครองซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมจำนวน 50 สาขา เมื่อรวมกับร้าน Lotus's ที่มีอยู่เดิม 70 สาขา CPAXT จะมีเครือข่ายร้านค้ารวมทั้งสิ้น 120 สาขาในประเทศมาเลเซีย โดยธุรกรรมดังกล่าวคิดเป็น EV/EBITDA ที่ 16-20 เท่า แม้ว่าบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดด้าน Synergy อย่างชัดเจน นอกเหนือจากประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น แต่ CPAXT มองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจสินค้าแบรนด์ของตนเองเพิ่มเติม ผ่านการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าเพื่อรองรับลูกค้าใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Lotus Malaysia, Lucky Frozen และ TPC ทั้งนี้ อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 0.31 เท่า เป็น 0.40 เท่า แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ Covenant ในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ ประมาณการกำไร 3Q26F: แนวโน้มธุรกิจหลักยังเผชิญแรงกดดัน ; คงคำแนะนำ “ถือ”. เราคาดว่าผลประกอบการใน 3Q26F จะยังเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มธุรกิจหลักที่ชะลอตัว ประกอบกับผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ นอกจากนี้ การเปิดดำเนินการของ Happitat คาดว่าจะส่งผลให้โครงการยังคงรับรู้ผลขาดทุนในไตรมาสดังกล่าว แม้เราคาดว่ากำไรจาก TPC หลังหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการจะมีส่วนสนับสนุนกำไรเพียงเล็กน้อย แต่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการจะยังเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการเพิ่มเติม โดยรวมแล้ว เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะปรับตัวลดลงในไตรมาสดังกล่าว ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ CPAXT โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 15.00 บาท