| ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การโจมตีอิหร่านระลอกใหม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นรอบที่ 2 ในช่วง 3 วัน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการระดมยิงโดรนและขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า “ปฏิบัติการโจมตีไม่น่าจะกินเวลานาน” ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ย่อตัวลง 0.6% สู่ระดับ 95.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นครั้งที่ 2 ในช่วง 3 วัน โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบเรดาร์และขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิดตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโดรนและขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นรูปแบบการตอบโต้ที่เกิดขึ้นตลอดช่วงสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 6 เดือน ทรัมป์กล่าวว่า “เราทำลายอุปกรณ์ทั้งหมดที่อิหร่านพยายามสร้างขึ้นใหม่ตามแนวช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งอุปกรณ์ป้องกันและอุปกรณ์โจมตี เมื่อคืนเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ และเราพร้อมที่จะโจมตีอีกครั้งได้ทุกเมื่อที่ต้องการ” อิหร่านกล่าวหาว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีพิธีแต่งงานในเมืองซีริค ซึ่งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ โดยสภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บราว 67 ราย โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานดังกล่าวรายงานยอดผู้เสียชีวิตไว้ที่ 5 ราย และเตือนว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น ด้าน นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า “กองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยโจมตีพลเรือน” โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านเปรียบเทียบเหตุการณ์ดังกล่าวกับเหตุโจมตีโรงเรียนประถมในเมืองมินับในช่วงแรก ๆ ที่เกิดความขัดแย้ง ซึ่งคาดว่าทำให้เด็กเสียชีวิตราว 120 คน และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนโดยกองทัพสหรัฐฯ ขณะที่เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ข้อความว่า “ความโหดร้ายครั้งนี้ไม่อาจแยกออกจากวงจรเหตุการณ์อันโหดร้ายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในมินับได้ อิหร่านจะตอบโต้ต่ออาชญากรรมอันป่าเถื่อนเหล่านี้อย่างเด็ดขาด” ด้านนักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์กระบุว่า “การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลง และยังไม่เห็นผู้ชนะที่ชัดเจน ขณะนี้ตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นสมรภูมิ และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกำลังสร้างภาระให้กับเศรษฐกิจโลก” ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคยุติการอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกและดินแดนของประเทศเหล่านั้นในการโจมตี ขณะที่กระทรวงระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ได้พุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในอิหร่านด้วย ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีท่าทีพร้อมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา นับตั้งแต่ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันในเดือนมิ.ย. ล่มลง ที่มา Bloomberg อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |