กนง. คงดอกเบี้ย 1% รับเศรษฐกิจชะลอ หั่น GDP ปี 70 เหลือ 2%

รูป กนง. คงดอกเบี้ย 1% รับเศรษฐกิจชะลอ หั่น GDP ปี 70 เหลือ 2%

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 เม.ย. 69 14:17 น.

กนง. มีมติเอกฉันท์ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% พร้อมคงจีดีพีปีนี้ที่ 1.5% ด้านเงินเฟ้อทั่วไปบางช่วงทะลุ 3% ขณะที่ปี 70 หั่นเป้าเศรษฐกิจเหลือโต 2%

นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กนง.ในวันนี้ว่า ที่ประชุม กนง.มีมติเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% และคงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 1.5% ขณะที่ปี 2570 ปรับลดลงเหลือ 2% จากประมาณการครั้งก่อนเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2568 ที่ 2.3% โดยการบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและแนวโน้มรายได้ที่ลดลง

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงผ่านการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและการบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในปีนี้ แต่จะลดลงในปี 2570 ตามแรงกดดันด้านอุปทานที่คาดว่าจะทยอยคลี่คลาย

ด้านสินเชื่อมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่อ โดยต้องติดตามผลของสงครามต่อคุณภาพและอัตราการขยายตัวของสินเชื่อ คณะกรรมการ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการรองรับเศรษฐกิจที่ชะลอลงและความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทาน จึงควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้

กรณีที่รัฐบาลดำเนินมาตรการทางการคลังด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม จะทำให้เศรษฐกิจในปีนี้ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่จะปรับลดลงในปีหน้าเมื่อผลของมาตรการหมดไปและผลของฐานที่สูงขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยต้องติดตามความเสี่ยงจากภาวะสงครามที่อาจยืดเยื้อและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่อาจส่งผลรุนแรงต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.9% ในปีนี้ จากที่ติดลบ 0.5% ในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยอัตราเงินเฟ้อจะปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงานโลกและการส่งผ่านต้นทุนเป็นสำคัญ และจะอยู่สูงกว่าขอบบนของกรอบเป้าหมายที่ 3% เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะปรับลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% ในปี 2570 ภายหลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปีนี้จะอยู่ที่ 1.6% และปีหน้าที่ 1.5% ตามการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาสินค้าและบริการ แต่การปรับขึ้นราคาจะไม่เป็นวงกว้างและต่อเนื่องจากการที่ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนได้จำกัดภายใต้อุปสงค์ที่อ่อนแอ สำหรับเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย

ยังต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นจากราคาพลังงานและการขาดแคลนวัตถุดิบที่อาจยืดเยื้อกว่าคาดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการที่สูงกว่าคาด และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางที่อาจปรับสูงขึ้น

ราคาสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดโลก ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าเนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางค่อนข้างสูง

สินเชื่อยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ โดยสถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง และอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบของสงคราม

ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทานแต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงต้องติดตามผลกระทบของสงครามและปัจจัยอื่นๆต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะต่อไป


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย